ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่ผสมผสานความบันเทิงแบบไอดอลเข้ากับแฟนตาซีสุดป่วน ต้องลองให้ ด้อมนี้มีเทพบุตร (Holy Idol) ซีรีส์เกาหลีปี 2023 ที่ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อดัง เล่าเรื่องของเทพหนุ่มที่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาในร่างไอดอลหนุ่ม งานนี้จะฮาจะฟินแค่ไหน ตามกองบรรณาธิการมาดูกัน
| ชื่อต้นฉบับ | 성스러운 아이돌 |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2023 |
| แนว | หนังชีวิต, ตลก, จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 12 ตอน |
| ผู้กำกับ | 박소연 |
| คะแนน TMDB | 7.4/10 (37 โหวต) |
ดู ด้อมนี้มีเทพบุตร ได้ที่ไหน
Viu


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
แรมบรารี่ มหาปุโรหิตหนุ่มผู้มีพลังวิเศษ ทำหน้าที่ปกป้องโลกมนุษย์จากปีศาจร้าย วันหนึ่งหลังจากต่อสู้กับปีศาจ เขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของอูยอนอู ไอดอลหนุ่มที่กำลังมีปัญหาชีวิตสุดๆ จากเทพผู้สง่างามต้องกลายมาเป็นเด็กฝึกหัดที่ต้องเต้นและร้องเพลง แถมยังต้องรับมือกับวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอีกด้วย
เรื่องราวความวุ่นวายจึงเริ่มขึ้น เมื่อแรมบรารี่ต้องใช้ทั้งพลังเทพและความสามารถในการเอาตัวรอดในฐานะไอดอล ขณะเดียวกันก็ต้องค้นหาสาเหตุที่ทำให้เขามาอยู่ในร่างนี้ และต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้ให้ได้
งานการแสดงและตัวละคร
김민규 (Kim Min-kyu) รับบท แรมบรารี่/อูยอนอู ได้อย่างน่ารักและตลก เขาถ่ายทอดความไร้เดียงสาของเทพที่ไม่เข้าใจโลกยุคใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและความรับผิดชอบของมหาปุโรหิตได้อย่างลงตัว ส่วน 고보결 (Go Bo-gyeol) ในบท คิมดัล สาวแฟนคลับตัวยงที่กลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ก็มีเคมีที่เข้ากันดีกับพระเอก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ดูมีมิตรภาพและความน่ารัก
นักแสดงสมทบอย่าง 이장우 (Lee Jang-woo) ในบท ชินโจอุน ประธานบริษัทบันเทิงผู้เจ้าเล่ห์ และ 오진석 (Oh Jin-seok) ในบท โอจองชิน หัวหน้าวง ก็ช่วยเสริมให้เรื่องมีสีสันและความขบขันมากขึ้น ถือเป็นการคastingที่ลงตัว
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ 박소연 (Park So-yeon) สามารถผสมผสานฉากแฟนตาซีกับการแสดงบนเวทีได้อย่างกลมกลืน ภาพรวมของซีรีส์ดูสดใสเหมาะกับแนวตลกเบาสมอง มีการใช้เทคนิคพิเศษในฉากต่อสู้กับปีศาจที่ดูน่ารักไม่น่ากลัวจนเกินไป ส่วนเพลงประกอบก็ catchy และเข้ากับบรรยากาศไอดอล ทำให้หลายคนอาจเผลอฮัมตามได้
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
แม้จะเป็นซีรีส์แนวตลกแฟนตาซีที่ดูง่าย แต่ ด้อมนี้มีเทพบุตร ก็แฝงข้อคิดเกี่ยวกับการยอมรับตัวเองและการปรับตัวเข้ากับสังคมสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ การที่เทพต้องมาเป็นไอดอลทำให้เห็นมุมมองของคนนอกที่มองวงการบันเทิงอย่างบริสุทธิ์ใจ และการเสียดสีวัฒนธรรมแฟนคลับก็ทำได้อย่างมีอารมณ์ขัน
อย่างไรก็ตาม ซีรีส์อาจไม่ได้นำเสนอความแปลกใหม่มากนักในแง่ของพล็อต แต่ความบันเทิงและความน่ารักของตัวละครก็ชดเชยได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนสมองและมองหาซีรีส์เบาสบายดูเพลิน
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- ความตลกจากสถานการณ์ของเทพที่ต้องมาเป็นไอดอล
- เคมีของนักแสดงนำที่ทำให้เรื่องน่าติดตาม
- เพลงประกอบเพราะและฉากแสดงที่สนุก
จุดด้อย
- พล็อตบางช่วงอาจคาดเดาได้
- การพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครอาจไม่ลึกเท่าที่ควร
สรุป
ด้อมนี้มีเทพบุตร เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบแนวโรแมนติกคอมเมดี้แฟนตาซีและวงการไอดอล ด้วยความยาว 12 ตอนที่ดูง่าย ไม่เครียดเกินไป ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์เบาสมองไว้ดูคลายเครียด เรื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ด้อมนี้มีเทพบุตรมีกี่ตอน?
ซีรีส์มีทั้งหมด 12 ตอน จบในซีซันเดียว
ด้อมนี้มีเทพบุตรดูได้ที่ไหน?
สามารถรับชมได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Viu และ TRUEID ในประเทศไทย
ด้อมนี้มีเทพบุตรมีซีซัน 2 ไหม?
ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับซีซัน 2 แต่จากกระแสตอบรับอาจมีโอกาส
ด้อมนี้มีเทพบุตรสนุกไหม?
เป็นซีรีส์ตลกเบาสมองที่ดูเพลิน เหมาะกับคนที่ชอบแนวไอดอลแฟนตาซีและต้องการความบันเทิง





