ในปี 2016 ที่จักรวาลภาพยนตร์เต็มไปด้วยซูเปอร์ฮีโร่และการรีบูตสารพัด สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล (Star Trek Beyond) คือคำตอบของผู้ที่โหยหาการผจญภัยอวกาศแบบคลาสสิกที่ไม่ได้พึ่งพาพลังวิเศษ แต่พึ่งพาสติปัญญาและมิตรภาพของลูกเรือ ยานเอ็นเตอร์ไพรซ์กลับมาอีกครั้งพร้อมภารกิจที่ทดสอบทั้งความกล้าและความไว้ใจ และนี่คือรีวิวที่กองบรรณาธิการตั้งใจกลั่นกรองมาให้คุณแล้ว
| ชื่อต้นฉบับ | Star Trek Beyond |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2016 |
| แนว | บู๊, ผจญ, นิยายวิทยาศาสตร์ |
| ความยาว | 122 นาที |
| ผู้กำกับ | จัสติน ลิน |
| เรท | PG-13 |
| คะแนน TMDB | 6.8/10 (7,344 โหวต) |
ดู สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล ได้ที่ไหน
Netflix
Apple TV Store


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หลังใช้ชีวิตท่องอวกาศมาหลายปี กัปตันเจมส์ ที. เคิร์ก (คริส ไพน์) เริ่มตั้งคำถามกับเส้นทางของตัวเอง ขณะที่ลูกเรือคนอื่นก็ต่างมีเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนไป การกลับมาเติมเสบียงที่สถานีอวกาศยอร์กทาวน์กลายเป็นจุดเปลี่ยนเมื่อยานเอ็นเตอร์ไพรซ์ถูกโจมตีโดยกองกำลังเอเลี่ยนนิรนามที่ทรงพลังจนคาดไม่ถึง ลูกเรือต้องกระจัดกระจายและเอาชีวิตรอดบนดาวเคราะห์ลึกลับ พวกเขาต้องร่วมมือกับนักรบหญิงคนหนึ่งที่อาจเป็นได้ทั้งมิตรหรือศัตรู เพื่อหยุดยั้งแผนการที่จะคุกคามสหพันธ์ฯ และดาวโลก
หนังดำเนินเรื่องด้วยจังหวะที่กระชับ เน้นปฏิบัติการเอาตัวรอดและการไขปริศนาที่เชื่อมโยงกับอดีตของตัวร้าย โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ของการสำรวจอวกาศแบบเดิมๆ ไว้เลย
งานการแสดงและตัวละคร
คริส ไพน์ ในบทเคิร์กยังคงแสดงถึงความเป็นผู้นำที่แบกความรับผิดชอบหนักอึ้งได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะฉากที่ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน ด้านแซคารี ควินโต้ ในบทสป็อคมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่น่าสนใจ การเผชิญหน้ากับข่าวร้ายจากบ้านเกิดทำให้เราเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ตรรกะเย็นชา ส่วนคาร์ล เออร์บัน ในบทดร.แมคคอยน์ คือสีสันที่ขาดไม่ได้ บทสนทนาระหว่างเขากับสป็อคสร้างเสียงหัวเราะและความอบอุ่นได้อย่างลงตัว
โซอี ซาลแดนา รับบทอูฮูร่าที่มีบทบาทในปฏิบัติการมากกว่าภาคก่อนๆ ขณะที่ไซมอน เพกก์ ในบทสก็อตตี้และจอห์น โช ในบทซูลูต่างก็มีช่วงเวลาที่ได้เฉิดฉาย โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นที่ใช้ทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งช่วยเสริมให้ทีมดูเป็นทีมเวิร์คที่แท้จริง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
จัสติน ลิน ผู้กำกับฯ นำประสบการณ์จากหนังแอ็คชั่นอย่าง Fast & Furious มาใช้ได้อย่างกลมกล่อม เขาเน้นฉากไล่ล่าและการต่อสู้ที่ดูเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนเวียนหัว แต่ก็ยังคงความตื่นเต้นด้วยการเคลื่อนกล้องที่คล่องตัว ด้านงานภาพ ฉากสถานีอวกาศยอร์กทาวน์ถือเป็นไฮไลท์ที่ออกแบบได้สวยงามและมีชีวิตชีวา สื่อถึงความเจริญของสหพันธ์ฯ ได้อย่างชัดเจน ขณะที่ฉากบนดาวเคราะห์รกร้างก็สร้างบรรยากาศแห่งความโดดเดี่ยวและอันตรายได้ดี
ดนตรีประกอบโดยไมเคิล จิอาชิโน่ยังคงใช้ธีมคลาสสิกของสตาร์เทรคได้อย่างเหมาะสม ผสมผสานกับจังหวะใหม่ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ในฉากสำคัญได้อย่างลงตัว
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
หากมองในฐานะหนังภาคที่สามของจักรวาลรีบูต สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล เลือกเส้นทางที่แตกต่างจากการเน้นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างจักรวรรดิกับสหพันธ์ฯ ในภาคก่อนๆ โดยหันมาโฟกัสที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคล หนังตั้งคำถามว่าเมื่อเราอยู่ในองค์กรที่ยิ่งใหญ่ เรายังคงเป็นตัวของตัวเองได้หรือไม่ และมิตรภาพที่แท้จริงสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในยามศัตรูรายล้อม
แม้จะมีการวิจารณ์ว่าพล็อตบางช่วงคาดเดาได้และตัวร้ายยังขาดมิติเมื่อเทียบกับคู่ปรับในอดีต แต่โดยรวมแล้วหนังก็ประสบความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน อบอุ่น และชวนให้คิดถึงความหมายของการเป็นส่วนหนึ่งของทีม การกลับมาของทีมงานและนักแสดงชุดเดิมยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้แฟนๆ อุ่นใจ
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- เคมีระหว่างนักแสดงนำที่ลงตัว โดยเฉพาะไพน์กับควินโต้และเออร์บัน
- ฉากแอ็คชั่นที่สนุก ตื่นเต้น และเข้าใจง่าย
- งานภาพและดนตรีที่สร้างบรรยากาศการผจญภัยอวกาศได้อย่างดี
จุดด้อย
- ตัวร้ายยังขาดความน่าสนใจและแรงจูงใจที่ชัดเจน
- บางช่วงของบทมีความคาดเดาได้และ pacing ไม่สม่ำเสมอ
สรุป
สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังผจญภัยอวกาศที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและทีมเวิร์ค ถึงแม้จะไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ แต่ก็เป็นหนังที่ดูเพลินและสร้างความประทับใจได้ในระดับหนึ่ง หากคุณเป็นแฟนสตาร์เทรคหรือกำลังมองหาหนังบู๊ที่อบอุ่นหัวใจ เรื่องนี้ไม่ควรพลาด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล ดูได้ที่ไหนบ้าง
ปัจจุบันสามารถรับชมได้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Amazon Prime Video หรือ Disney+ Hotstar ขึ้นอยู่กับสิทธิ์ในแต่ละภูมิภาค
ต้องดูภาคก่อนหน้าก่อนไหม
ไม่จำเป็นมากนัก เพราะเนื้อเรื่องภาคนี้แยกออกมา แต่การดูภาค Star Trek (2009) และ Into Darkness มาก่อนจะช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครได้ดียิ่งขึ้น
หนังสนุกไหม
โดยรวมสนุกและเหมาะกับแฟนหนังแอ็คชั่นผจญภัย ถึงแม้พล็อตจะไม่ซับซ้อนแต่ก็มีฉากตื่นเต้นและมิตรภาพของตัวละครที่น่าประทับใจ
สตาร์เทรค ข้ามขอบจักรวาล มีภาคต่อไหม
มีแผนสร้างภาคต่อแต่ยังไม่มีกำหนดฉายที่แน่ชัด ในขณะเดียวกันก็มีซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ดำเนินเรื่องในจักรวาลเดียวกันออกมาหลายเรื่อง





