ถ้าคุณกำลังมองหาละครไทยที่ผสมผสานbetweenความโรแมนติกในอดีตกับความแค้นที่ข้ามกาลเวลา เพลิงพรางเทียน คือคำตอบที่ลงตัว ซีรีส์ปี 2019 จากช่องวัน 31 ที่นำแสดงโดยพงศกร เมตตาริกานนท์ และณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ จะพาคุณไปสัมผัสเรื่องราวของหญิงสาวสองชาติที่เชื่อมโยงกันด้วยปิ่นปักผมทองคำโบราณ
| ชื่อต้นฉบับ | เพลิงพรางเทียน |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2019 |
| แนว | หนังชีวิต, ละคร |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 12 ตอน |
| ผู้กำกับ | Hassawee |
| คะแนน TMDB | 8.0/10 (1 โหวต) |

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นที่ กาลิน (ณัฏฐณิชา) นางแบบชื่อดังที่กำลังตกอยู่ในกระแสข่าวฉาว因为她ไปคบกับชายที่แต่งงานแล้ว แต่เธอกลับไม่แคร์เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะหย่าให้ ระหว่างนั้นเธอได้พบปิ่นปักผมทองคำโบราณที่ทำให้เธอฝันเห็นอดีตของ เทียนคำ หญิงสาวหน้าตาเหมือนเธอทุกประการ เทียนคำถูกรับเลี้ยงโดยนายพรานนันคำ และได้พบกับ เทวฤทธิ์ (พงศกร) บุตรชายเจ้าเมืองผู้มีพระคุณต่อเธอ ความรู้สึกซาบซึ้งกลายเป็นความรัก แต่เมื่อเทียนคำได้เป็นนางสนม กลับต้องเผชิญกับความริษยาของ วงศ์ดวง (ณัฐฐชาช์) ภรรยาหลวง จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมและคำสาบานว่าจะแก้แค้นในชาติหน้า
ปิ่นปักผมจึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางนำวิญญาณของกาลินย้อนกลับไปอยู่ในร่างของเทียนคำ เพื่อให้เธอได้เรียนรู้และเผชิญหน้ากับอดีตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด การเดินทางข้ามภพครั้งนี้จะนำไปสู่การค้นหาความจริงและการปลดปล่อยจากพันธนาการของความแค้น
งานการแสดงและตัวละคร
ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบทคู่ขนานระหว่างกาลินและเทียนคำได้อย่างน่าประทับใจ เธอถ่ายทอดความแตกต่างระหว่างหญิงสาวสมัยใหม่ที่มั่นใจกับสาวน้อยในอดีตที่บริสุทธิ์ได้อย่างชัดเจน ขณะที่ พงศกร เมตตาริกานนท์ ในบทเทวฤทธิ์ เจ้าเมืองผู้มีเสน่ห์และความรับผิดชอบ ก็ทำได้ดี โดยเฉพาะฉากที่ต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในใจระหว่างหน้าที่และความรัก
ส่วน ณัฐฐชาช์ บุญประชม ในบทวงศ์ดวง ถือเป็นสีสันที่ทำให้เรื่องน่าติดตาม เธอรับบทนางร้ายได้อย่างถึงพริกถึงขิงจนคนดูอินและหมั่นไส้ ด้าน ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ในบทหลุยส์/เบน ก็มีบทบาทที่ช่วยเติมเต็มมิติความสัมพันธ์ให้ซับซ้อนขึ้น การแสดงensembleของนักแสดงทุกคนทำให้โลกของเพลิงพรางเทียนมีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Hassawee สามารถสร้างบรรยากาศของละครพีเรียดได้อย่างสวยงาม ด้วยการถ่ายภาพที่เน้นโทนสีอบอุ่นและแสงเงาที่ช่วยเสริมอารมณ์ของแต่ละฉาก ต้นไม้ ปิ่นปักผม และเครื่องแต่งกายแบบไทยโบราณถูกออกแบบมาอย่างประณีต ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ
ด้านดนตรีประกอบก็ทำได้ดี โดยเฉพาะเพลงประกอบที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ในช่วงสำคัญ การตัดต่อสลับระหว่างอดีตและปัจจุบันทำได้อย่างราบรื่น ไม่ทำให้สับสน แม้บางฉากอาจใช้เทคนิคพิเศษที่ดูเรียบง่ายไปบ้าง แต่โดยรวมถือว่างานภาพและเสียงช่วยยกให้ซีรีส์เรื่องนี้มีคุณภาพน่าดู
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
เพลิงพรางเทียน ไม่ได้เป็นเพียงละครรักข้ามภพทั่วไป แต่สะท้อนประเด็นเรื่องอำนาจของผู้หญิงในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ การที่เทียนคำต้องทนทุกข์เพราะเป็นนางสนม และการที่วงศ์ดวงต้องปกป้องสถานะของตน สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงมักตกเป็นเหยื่อของระบบ patriarchal ที่บีบให้ต้องแข่งขันกันเอง แม้เนื้อหาจะมีความแฟนตาซี แต่ก็แฝงด้วย realism ที่คนดูสามารถเชื่อมโยงกับสังคมปัจจุบันได้
นอกจากนี้ การที่กาลินเข้าไปอยู่ในร่างเทียนคำ ยังเป็นการสำรวจปมในใจของคนที่ถูกทำร้ายและต้องการความยุติธรรม การแก้แค้นอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่คือการเรียนรู้ที่จะให้อภัยและก้าวต่อไป ซีรีส์เรื่องนี้จึงมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่มากกว่าความบันเทิงทั่วไป
นักแสดงนำ









จุดเด่น
- การแสดงของนักแสดงนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง
- งานภาพและเครื่องแต่งกายที่สวยงามสมจริง
- เนื้อเรื่องที่ผสมผสานความแฟนตาซีกับประเด็นทางสังคมได้อย่างลงตัว
จุดด้อย
- เทคนิคพิเศษบางฉากดูไม่สมจริงเท่าที่ควร
- จังหวะการเล่าเรื่องช่วงกลางเรื่องอาจรู้สึกช้าไปบ้าง
สรุป
เพลิงพรางเทียน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบละครไทยแนวพีเรียดแฟนตาซีที่แฝงด้วยความดราม่าและการแก้แค้นข้ามภพ หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่ทั้งสวยงามและมีเนื้อหาลึกซึ้ง เรื่องนี้ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เพลิงพรางเทียนมีกี่ตอนและจบแล้วหรือยัง?
ซีรีส์มีทั้งหมด 12 ตอน ออกอากาศในปี 2019 และจบไปเรียบร้อยแล้ว สามารถรับชมย้อนหลังได้ทางแพลตฟอร์มออนไลน์
เพลิงพรางเทียนมี season 2 ไหม?
截至目前ยังไม่มีประกาศสร้างซีซัน 2 เนื่องจากเนื้อเรื่องจบสมบูรณ์ในซีซันเดียว
เพลิงพรางเทียนดูได้ที่ไหนบ้าง?
สามารถรับชมได้ทางช่องวัน 31 และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, WeTV หรือ TrueID แล้วแต่ลิขสิทธิ์ในแต่ละช่วงเวลา
เพลิงพรางเทียนสนุกไหม?
สำหรับคนที่ชอบละครพีเรียดแฟนตาซีที่มีความโรแมนติกและดราม่าเข้มข้น เรื่องนี้ถือว่าสนุกและน่าติดตาม โดยเฉพาะการแสดงของนักแสดงนำและการสร้างบรรยากาศที่สวยงาม





