กลับมาอีกครั้งกับมหากาพย์แห่งการแก้แค้นที่ถูกเล่าขานมานานกว่า 50 ปี ล่าสุดกับเวอร์ชันปี 2016 ที่ได้ผู้กำกับสไตล์ลีลาอย่าง Timur Bekmambetov มากำกับ เรื่องราวของเจ้าชายยิวผู้ถูกทรยศโดยพี่ชายบุญธรรมชาวโรมัน กลายเป็นทาส และกลับมาเพื่อล้างแค้น
| ชื่อต้นฉบับ | Ben-Hur |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2016 |
| แนว | บู๊, ประวัติศาสตร์, ผจญ, หนังชีวิต |
| ความยาว | 123 นาที |
| ผู้กำกับ | Тимур Бекмамбетов |
| เรท | PG-13 |
| คะแนน TMDB | 5.8/10 (1,832 โหวต) |
ดู เบน-เฮอร์ ได้ที่ไหน
Apple TV Store
Google Play Movies


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เบน-เฮอร์ เล่าเรื่องของจูดาห์ เบน-เฮอร์ (แจ็ค ฮูสตัน) เจ้าชายแห่งเยรูซาเล็ม ผู้มีมิตรภาพอันแน่นแฟ้นกับเมสซาลา (โทบี้ เค็บเบลล์) นายทหารโรมันที่เติบโตมาด้วยกัน แต่เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองและความเชื่อปะทะกัน เมสซาลากลับกล่าวหาจูดาห์ว่ากบฏ ส่งผลให้จูดาห์ถูกตัดขาดจากครอบครัว กลายเป็นทาสในเรือรบ และต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย
หลายปีผ่านไป จูดาห์ได้พบกับเชคอิลเดริม (มอร์แกน ฟรีแมน) ผู้มั่งคั่งที่มองเห็นศักยภาพในตัวเขา และได้กลายเป็นนักแข่งรถม้าฝีมือฉกาจ การกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับเมสซาลาในสนามแข่งคือโอกาสล้างแค้น แต่เส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้จะนำเขาไปพบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความแค้นหรือไม่
งานการแสดงและตัวละคร
แจ็ค ฮูสตัน รับบทจูดาห์ เบน-เฮอร์ ได้อย่างมีเสน่ห์ แต่ยังขาดความลึกในอารมณ์เมื่อเทียบกับบทเดิมของชาร์ลตัน เฮสตัน เขาถ่ายทอดความเจ็บปวดและการต่อสู้ภายในได้ดีในบางฉาก แต่โดยรวมยังดูจืดชืดไปบ้าง
โทบี้ เค็บเบลล์ ในบทเมสซาลา ถือเป็นตัวละครที่มีมิติที่สุดในเรื่อง ความขัดแย้งระหว่างความจงรักภักดีต่อโรมและความผูกพันกับจูดาห์ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจ ส่วนมอร์แกน ฟรีแมน ในบทเชคอิลเดริม แม้จะปรากฏตัวไม่มาก แต่ก็แย่งซีนไปเต็มๆ ด้วย charisma ที่ไม่มีใครเทียบ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Timur Bekmambetov นำสไตล์การกำกับที่เน้นความเร็วและฉากแอ็คชั่นสุดมันส์มาใช้ ฉากแข่งรถม้าถือเป็นไฮไลท์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ถ่ายทำได้ดุดันและสมจริง แต่บางจังหวะก็ดูเหมือนหนังแอ็คชั่นสมัยใหม่มากเกินไปสำหรับหนังอิงประวัติศาสตร์
ด้านภาพ cinematography สวยงาม โดยเฉพาะฉากทะเลทรายและฉากในกรุงโรมที่อลังการ งานดนตรีประกอบโดย Marco Beltrami ทำได้ดี แต่ยังไม่ตราตรึงเท่าตำนานของ Miklós Rózsa ในเวอร์ชันปี 1959
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
การรีเมค เบน-เฮอร์ ในปี 2016 เป็นความพยายามที่จะนำเสนอเรื่องราวคลาสสิกในมุมมองใหม่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากเงาของเวอร์ชันต้นฉบับได้ หนังเน้นความบันเทิงและฉากแอ็คชั่นมากกว่าการสำรวจประเด็นทางศาสนาและปรัชญาที่ลึกซึ้ง
แม้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักเรื่องราวนี้ แต่ด้วยคะแนนจากผู้ชมที่ค่อนข้างต่ำ สะท้อนว่าหลายคนยังรู้สึกว่าการเล่าซ้ำครั้งนี้ไม่จำเป็น และขาดความสดใหม่ อย่างไรก็ตาม หากมองเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่สนุกเรื่องหนึ่ง ก็ยังพอเพลิดเพลินได้
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- ฉากแอ็คชั่นโดยเฉพาะการแข่งรถม้าตื่นเต้นเร้าใจ
- การแสดงของมอร์แกน ฟรีแมน และโทบี้ เค็บเบลล์
- งานภาพและฉากหลังที่สวยงามอลังการ
จุดด้อย
- การเล่าเรื่องที่เร่งรีบและขาดความลึก
- ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้เท่าเวอร์ชันคลาสสิก
สรุป
เบน-เฮอร์ (2016) เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นผจญภัยอิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ต้องการความเครียดหรือปรัชญาลึกซึ้ง ดูเพื่อความบันเทิงได้ แต่ถ้าคาดหวังความยิ่งใหญ่เท่าเวอร์ชันเดิม อาจต้องผิดหวังบ้าง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เบน-เฮอร์ (2016) แตกต่างจากเวอร์ชันปี 1959 อย่างไร
เวอร์ชัน 2016 เน้นแอ็คชั่นและความบันเทิงมากกว่า ลดความสำคัญของประเด็นศาสนาและปรัชญาลง และใช้เทคนิคการถ่ายทำสมัยใหม่
เบน-เฮอร์ (2016) มีฉากแข่งรถม้าที่เหมือนต้นฉบับไหม
มีฉากแข่งรถม้าที่ตื่นเต้นและใช้เทคนิคพิเศษที่สมจริงกว่า แต่ก็ยังคงอ้างอิงโครงเรื่องเดิม
ใครรับบทพระเยซูในเบน-เฮอร์ (2016)
โรดริโก ซานโตโร รับบทเป็นพระเยซู ซึ่งปรากฏตัวเป็นตัวละครรอง
เบน-เฮอร์ (2016) มีคะแนน IMDb เท่าไหร่
คะแนน IMDb อยู่ที่ประมาณ 5.7 จาก 10 คะแนน





