ยี่สิบปีหลังการเปิดตัว ลาร่า ครอฟท์ ทูม เรเดอร์ ยังคงเป็นหนังแอ็กชันที่ถูกพูดถึงในฐานะจุดเปลี่ยนของวงการหนังเกม และเป็นผลงานที่ทำให้แอนเจลีนา โจลี กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก กองบรรณาธิการขอพาย้อนกลับไปสำรวจว่าหนังเรื่องนี้ยังยืนหยัดได้แค่ไหนในยุคปัจจุบัน
| ชื่อต้นฉบับ | Lara Croft: Tomb Raider |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2001 |
| แนว | ผจญ, บู๊, จินตนาการ |
| ความยาว | 100 นาที |
| ผู้กำกับ | Simon West |
| เรท | 13 |
| คะแนน TMDB | 5.9/10 (6,667 โหวต) |
ดู ลาร่า ครอฟท์ ทูม เรเดอร์ ได้ที่ไหน
iflix
Apple TV Store
Google Play Movies


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เมื่อดาวเคราะห์สามดวงโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน ลาร่า ครอฟท์ (แอนเจลีนา โจลี) นักผจญภัยสาวผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้และโบราณคดี ค้นพบนาฬิกาไขลานลึกลับที่พ่อผู้จากไปทิ้งไว้ให้ นาฬิกาเรือนนี้คือกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มลับ ‘กลุ่มผู้มีความรู้’ และสามเหลี่ยมโลหะจากอวกาศที่สามารถหยุดเวลาและชุบชีวิตบรรพบุรุษได้ เมื่อศัตรูอย่างมันเฟรด พาวเวลล์ (เอียน เกลน) ต้องการชิ้นส่วนนี้ไปครอง ลาร่าจึงต้องออกผจญภัยเสี่ยงตายเพื่อปกป้องมันไว้
หนังดำเนินเรื่องแบบสายลุย ผสมฉากแอ็กชันสุดอลังการ ทั้งการต่อสู้ในวิหารหิมะ ไปจนถึงการกระโดดโลดโผนกลางนครแคมโบเดีย แม้โครงเรื่องจะเรียบง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยจังหวะที่ทำให้ต้องลุ้นตลอดเวลา
งานการแสดงและตัวละคร
แอนเจลีนา โจลี คือหัวใจของหนัง เธอรับบทลาร่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งท่าทางมาดมั่น สายตาเฉียบคม และร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะจนเหมือนหลุดออกมาจากเกม ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์และน่าจดจำ แม้บทจะไม่ลึกซึ้งมากนัก แต่โจลีก็ใส่ความเป็นมนุษย์และความเปราะบางไว้ในฉาก reminisce กับพ่อได้อย่างกลมกล่อม
ด้านตัวประกอบอย่าง แดเนียล เครก ในบทอเล็กซ์ เวสต์ คู่หูหนุ่มผู้ไม่น่าไว้ใจ ก็ทำได้ดีและเพิ่มมิติความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ ขณะที่เอียน เกลน ในบทวายร้ายมันเฟรด พาวเวลล์ ดูจะไม่น่ากลัวเท่าที่ควร แต่ก็ยังถือว่าใช้ได้ โนอาห์ เทย์เลอร์ รับบทไบรซ์ ผู้ช่วยด้านเทคโนฯ สร้างรอยยิ้มด้วยมุกตลกเบา ๆ ได้เป็นระยะ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ไซมอน เวสต์ ผู้กำกับมากประสบการณ์จาก Con Air นำทีมสร้างฉากแอ็กชันที่จัดจ้านและมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ใช้ลวดสลิงหรือฉากไล่ล่าในนครลึกลับ งานภาพของเดวิด ทัตเทอร์ซอลล์ สวยงามด้วยโทนสีทองและฟ้า ตัดกับฉากหลังแบบโบราณ อย่างไรก็ดี ซีจีไอบางช่วงดูเก่าไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะฉากหุ่นยนต์ในสุสาน แต่ก็ไม่ได้ทำลายอรรถรส
ดนตรีประกอบโดยเกรห์ม เรเวลล์ ให้จังหวะที่เร้าใจ ผสมเครื่องสายและจังหวะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ฉากแอ็กชันมีพลัง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ในฐานะหนังที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกม ลาร่า ครอฟท์ ทูม เรเดอร์ ถือเป็นความพยายามที่กล้าหาญและประสบความสำเร็จในแง่การสร้างภาพจำของตัวละคร หนังเลือกที่จะไม่ยึดติดกับเนื้อหาในเกมมากนัก แต่หยิบเอาองค์ประกอบสำคัญอย่างการผจญภัย โบราณคดี และความเป็นหญิงแกร่งมาเล่าใหม่ในแบบที่ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงได้
แม้จะถูกวิจารณ์ว่าบทไม่ลึกและตัวร้ายไม่น่ากลัว แต่หนังก็ตอบโจทย์ความบันเทิงแบบป็อปคอร์นได้ดี และที่สำคัญคือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหนังแอ็กชันที่มี女主角เป็นศูนย์กลาง ซึ่งส่งอิทธิพลต่อวงการฮอลลีวูดในเวลาต่อมา มุมมองของกองบรรณาธิการมองว่าหนังเรื่องนี้คือ ‘บันทึกประวัติศาสตร์’ ของการเปลี่ยนผ่านจากยุคเกมสู่ยุคหนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงอย่างแท้จริง
นักแสดงนำ









จุดเด่น
- แอนเจลีนา โจลี ถ่ายทอดลาร่า ครอฟท์ได้อย่างมีเสน่ห์และแข็งแกร่ง
- ฉากแอ็กชันสนุก ตื่นเต้น และมีความคิดสร้างสรรค์
- ดนตรีประกอบและงานภาพสวยงาม ใช้โทนสีได้เข้าธีม
จุดด้อย
- บทหนังเรียบง่าย ไม่มีความลึกซึ้งเท่าที่ควร
- ตัวร้ายไม่มีมิติและไม่น่ากลัวเท่าที่ควร
สรุป
เหมาะสำหรับแฟนหนังแอ็กชันและผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยแบบคลาสสิก รวมถึงคนที่อยากย้อนดูผลงานที่ทำให้แอนเจลีนา โจลี กลายเป็นตำนาน ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังสนุกและทรงคุณค่าในฐานะหนังเกมที่ประสบความสำเร็จในยุคของมัน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลาร่า ครอฟท์ ทูม เรเดอร์ ฉายปีไหน
ฉายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)
แอนเจลีนา โจลี เล่นเป็นลาร่า ครอฟท์ ใช่ไหม
ใช่ เธอรับบทนำเป็นลาร่า ครอฟท์ ในภาคนี้และภาคต่อ The Cradle of Life
หนังเรื่องนี้สร้างจากเกมอะไร
สร้างจากวิดีโอเกมชุด Tomb Raider ของบริษัท Core Design และ Eidos Interactive
มีภาคต่อไหม
มีภาคต่อชื่อ Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life (2003) และภาครีบูตปี 2018 ที่นำแสดงโดยอลิเซีย วิกันเดอร์





