หากคุณเคยเชื่อว่า ‘มาเลฟิเซนต์’ คือปีศาจร้ายที่สาปเจ้าหญิงนิทราเพียงเพราะความอาฆาต ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณไปค้นพบอีกด้านของเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ดิสนีย์พลิกตำนานเทพนิยายคลาสสิกอย่าง ‘สลีปปิ้ง บิวตี้’ ผ่านมุมมองของตัวร้ายผู้ถูกหักหลัง กลายเป็นเรื่องราวแห่งความรัก การให้อภัย และการค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิด
| ชื่อต้นฉบับ | Maleficent |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2014 |
| แนว | จินตนาการ, ผจญ, บู๊, ครอบครัว, หนังรักโรแมนติก |
| ความยาว | 135 นาที |
| ผู้กำกับ | Robert Stromberg |
| เรท | PG |
| คะแนน TMDB | 7.1/10 (13,930 โหวต) |
ดู มาเลฟิเซนต์: กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ได้ที่ไหน
Disney+


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
มาเลฟิเซนต์เป็นนางฟ้าผู้ปกครองอาณาจักรมัวร์ที่สงบสุข แต่เมื่อความรักและมิตรภาพกับสเตฟานมนุษย์หนุ่มกลับกลายเป็นการทรยศที่เจ็บปวด หัวใจของเธอจึงแข็งกระด้างด้วยความแค้น เธอจึงสาปออโรร่า ทารกแรกเกิดของราชาสเตฟานให้หลับใหลชั่วนิรันดร์เมื่ออายุครบ 16 ปี
แต่เมื่อออโรร่าเติบโตขึ้นในป่าภายใต้การดูแลของนางฟ้าสามตน มาเลฟิเซนต์ก็เริ่มเฝ้ามองเด็กน้อยคนนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความผูกพันระหว่างปีศาจผู้สาปและเจ้าหญิงผู้ถูกสาปค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ท่ามกลางสงครามระหว่างอาณาจักรมนุษย์และอาณาจักรมัวร์ที่กำลังปะทุ
งานการแสดงและตัวละคร
แอนเจลีนา โจลี รับบทมาเลฟิเซนต์ได้อย่างสง่างามและลึกซึ้ง เธอถ่ายทอดความเจ็บปวด ความรัก และความแค้นออกมาผ่านแววตาและท่าทาง โดยไม่ต้องพูดมากนัก เคมีระหว่างเธอกับเอลล์ แฟนนิ่ง ผู้รับบทออโรร่า อบอุ่นและน่าเอ็นดู ทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกบุญธรรมนั้นเชื่อถือได้
ชาร์ลโต คอปเลย์ แสดงเป็นสเตฟานได้อย่างน่าหมั่นไส้ แต่ก็เผยความขี้ขลาดและความละโมบได้ดี ส่วนนางฟ้าสามตนอย่างน็อตกราสส์ ฟลิตเทิล และธิสเทิลวิท สร้างเสียงหัวเราะด้วยความป้ำ ๆ เป๋อ ๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่าออโรร่าเติบโตมาอย่างขาดการดูแลที่แท้จริง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก ผู้กำกับศิลป์มากประสบการณ์ สร้างโลกแฟนตาซีที่งดงามทั้งอาณาจักรมัวร์และปราสาทของมนุษย์ ภาพทุ่งดอกไม้ ต้นไม้ยักษ์ และปีกของมาเลฟิเซนต์เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ทำให้อยากเข้าไปอยู่ในนั้น งานซีจีผสมผสานกับฉากจริงได้อย่างแนบเนียน
ดนตรีประกอบโดยเจมส์ นิวตัน ฮาวเวิร์ด ให้ความรู้สึกอลังการและเศร้าสร้อยไปพร้อมกัน เพลง ‘Once Upon a Dream’ ที่ขับร้องโดยลานา เดล เรย์ ในเวอร์ชันใหม่ก็เพิ่มความหลอนและโรแมนติกได้อย่างลงตัว
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องซ้ำ แต่เป็นการรื้อโครงสร้างเทพนิยายเพื่อตั้งคำถามว่า ‘ความชั่วร้ายเกิดจากอะไร’ การทรยศของคนที่เรารักสามารถเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นปีศาจได้จริงหรือ และการแก้แค้นคือคำตอบหรือไม่
ในมุมมองของกองบรรณาธิการ นี่คือหนังที่เหมาะกับทุกวัย เพราะมีทั้งความสนุกตื่นเต้น ฉากต่อสู้ และข้อคิดเรื่องการให้อภัย แม้บางช่วงจะเน้นอารมณ์มากจนลดทอนความสมจริงไปบ้าง แต่โดยรวมถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดิสนีย์กล้าที่จะทดลองและประสบความสำเร็จในแง่การเล่าเรื่องจากมุมใหม่
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- การแสดงของแอนเจลีนา โจลีที่ทรงพลังและมีเสน่ห์
- ภาพและงานศิลป์สวยงามตระการตา สร้างโลกแฟนตาซีได้อย่างมีชีวิตชีวา
- บทที่พลิกมุมมองตัวร้าย ทำให้เห็นเหตุผลเบื้องหลังความชั่วร้าย
จุดด้อย
- จังหวะเรื่องช่วงกลางค่อนข้างยืดเยื้อและเน้นอารมณ์มากเกินไป
- ตัวละครสมทบบางตัวยังพัฒนาไม่ลึกเท่าที่ควร
สรุป
มาเลฟิเซนต์: กำเนิดนางฟ้าปีศาจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเทพนิยายในมุมใหม่ ครอบครัวที่มองหาหนังดูด้วยกัน และแฟนแอนเจลีนา โจลี ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบทุกด้าน แต่ก็เป็นหนังที่สร้างความประทับใจและชวนคิดได้ดี ควรค่าแก่การรับชม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มาเลฟิเซนต์: กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ฉายปีไหน?
ภาพยนตร์ฉายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) กำกับโดยโรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก
มาเลฟิเซนต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?
เป็นเรื่องราวต้นกำเนิดของมาเลฟิเซนต์ นางฟ้าผู้กลายเป็นปีศาจหลังถูกคนรักหักหลัง และความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าหญิงออโรร่าที่เธอสาป
มาเลฟิเซนต์มีภาคต่อไหม?
มีภาคต่อชื่อ 'Maleficent: Mistress of Evil' ฉายในปี 2019 โดยแอนเจลีนา โจลี กลับมารับบทเดิม
มาเลฟิเซนต์กับสลีปปิ้งบิวตี้ต่างกันอย่างไร?
สลีปปิ้ง บิวตี้ เล่าจากมุมของเจ้าหญิงออโรร่าและเจ้าชาย แต่ มาเลฟิเซนต์ เล่าจากมุมของตัวร้าย ทำให้เห็นเหตุผลและความรู้สึกของมาเลฟิเซนต์ที่ถูกมองข้ามไป





