เมื่อสาวเหนือสุดซื่ออย่าง ‘ส้มป่อย’ ตัดสินใจทุ่มสุดตัวเพื่อพิชิตใจหนุ่มกรุงเทพฯ หล่อละมุนอย่าง ‘แซ่บ’ ความวุ่นวายและเสียงหัวเราะจึงบังเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดตอน ‘ส้มป่อย’ คือหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่อบอุ่นหัวใจ เต็มไปด้วยมุกตลกจิกกัดและโมเมนต์น่ารักๆ ที่จะทำให้คุณยิ้มตามไปกับทุกฉาก
| ชื่อต้นฉบับ | ส้มป่อย |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2021 |
| แนว | ตลก, หนังรักโรแมนติก |
| ความยาว | 118 นาที |
| ผู้กำกับ | อรุณกร พิค |
| คะแนน TMDB | 6.7/10 (6 โหวต) |
ดู ส้มป่อย ได้ที่ไหน
Netflix
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส้มป่อย (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์) สาวเหนือผู้มีชีวิตเรียบง่ายและจิตใจบริสุทธิ์ ได้พบกับแซ่บ (ธนพล จารุจิตรานนท์) หนุ่มกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาทำธุระที่เหนือ ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญ และส้มป่อยก็ตกหลุมรักแซ่บตั้งแต่แรกพบ ด้วยความมุ่งมั่น เธอจึงตัดสินใจตามเขาไปกรุงเทพฯ เพื่อพิชิตใจเขาให้ได้ ท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและเรื่องตลกขบขัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวเข้ากับสังคมเมืองใหญ่ การเผชิญหน้ากับเพื่อนสาวจี๊ดจ๊าดของแซ่บ และการค้นพบว่าความรักที่แท้จริงอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หนังเล่าเรื่องได้สนุกสนาน ชวนติดตาม และเต็มไปด้วยมุมมองที่น่ารักเกี่ยวกับความรักและการตามหาความฝัน
งานการแสดงและตัวละคร
พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ หรือ ‘ใบเฟิร์น’ ถ่ายทอดบทบาทส้มป่อยได้อย่างน่าประทับใจ เธอแปลงโฉมเป็นสาวเหนือได้อย่างสมบทบาท ทั้งสำเนียง คำพูด และบุคลิกที่ซื่อตรง น่ารัก และมีความมุ่งมั่นสูง การแสดงของเธอทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยและอินไปกับความรักของส้มป่อยได้ไม่ยาก
ด้านธนพล จารุจิตรานนท์ หรือ ‘ฟลุค’ ในบทแซ่บก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เขาสื่อสารความเป็นหนุ่มกรุงเทพฯ หล่อ มาดเท่ แต่แฝงด้วยความอบอุ่นและมีปมในใจ การเคมีระหว่างใบเฟิร์นและฟลุคในเรื่องนี้ช่างลงตัว ทำให้ฉากโรแมนติกและฉากตลกดูเป็นธรรมชาติ นอกเหนือจากพระนางแล้ว ตัวละครสมทบอย่างเพื่อนๆ ของส้มป่อยและครอบครัวก็ช่วยเสริมสีสันให้เรื่องสนุกยิ่งขึ้น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
อรุณกร พิค ผู้กำกับฯ ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการร้อยเรียงเรื่องราวความรักต่างวัฒนธรรมออกมาได้อย่างกลมกล่อม เขาสอดแทรกมุกตลกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่เยอะจนเกินไป และยังคงรักษาเสน่ห์ของความเป็นหนังรักโรแมนติกไว้ได้ครบถ้วน
ในด้านงานภาพ ภาพของเมืองเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ถูกถ่ายทอดออกมาได้สวยงาม คมชัด ตัดสลับกันไปมาได้อย่างลงตัว สื่อถึงความแตกต่างของวิถีชีวิตได้เป็นอย่างดี ส่วนงานดนตรีประกอบก็ช่วยเสริมอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละฉากได้ดี โดยเฉพาะเพลงประกอบที่เข้ากับจังหวะและเนื้อเรื่อง ช่วยเพิ่มสีสันให้หนังมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
‘ส้มป่อย’ ไม่ได้เป็นเพียงหนังรักน้ำเน่าทั่วไป แต่แฝงไปด้วยข้อคิดเกี่ยวกับการไล่ตามความฝัน การเข้าใจความแตกต่าง และการค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ‘ความรักทำให้คนตาบอด’ ที่ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านตัวละครส้มป่อยที่มุ่งมั่นจะได้แซ่บมาเป็นแฟนให้ได้ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนที่อยู่ใกล้ๆ และรักเธออยู่เสมอ
หนังยังสอดแทรกวัฒนธรรมอันดีงามของคนเหนือ ผ่านอาหาร การแต่งกาย และคำพูด ที่ทำออกมาได้ละเอียดและน่ารัก สร้างสีสันและเอกลักษณ์ให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี แม้ว่าพล็อตเรื่องอาจจะเดาได้ไม่ยาก แต่การดำเนินเรื่องที่สนุกและนักแสดงที่แข็งแรงทำให้หนังน่าดูและประทับใจไม่รู้ลืม
นักแสดงนำ




จุดเด่น
- เคมีของพระนางเข้ากันดีมาก
- มุกตลกไม่ฝืน เป็นธรรมชาติ
- งานภาพสวย สื่อถึงวัฒนธรรมเหนือได้ดี
- เสียงเพลงประกอบเพราะเข้ากับเรื่อง
จุดด้อย
- พล็อตเรื่องค่อนข้างเดาทางได้
- บางฉากอาจดูเกินจริงไปนิดหน่อย
สรุป
ส้มป่อย เป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่น่ารัก สดใส ดูเพลินๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความบันเทิงเบาสมอง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น แม้พล็อตจะไม่ใหม่ แต่การแสดงและอารมณ์ขันก็ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูไม่แพ้เรื่องอื่นๆ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส้มป่อยเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร
เป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ เกี่ยวกับสาวเหนือที่ตกหลุมรักหนุ่มกรุงเทพฯ และตามไปพิชิตใจเขาถึงกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยมุกตลกและความน่ารัก
ส้มป่อยใครแสดงนำ
นำแสดงโดย พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (ใบเฟิร์น) รับบทส้มป่อย และ ธนพล จารุจิตรานนท์ (ฟลุค) รับบทแซ่บ
ส้มป่อยเข้าฉายเมื่อไหร่
เข้าฉายในปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021)
ส้มป่อยเหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่ชอบหนังรักคอมเมดี้เบาสมอง ดูแล้วผ่อนคลายหัวเราะได้ และชื่นชอบวัฒนธรรมเหนือหรืออยากดูอะไรที่อบอุ่นหัวใจ





