วันศุกร์, 14 สิงหาคม 2569

เอเลี่ยน โคเวแนนท์: เมื่อสรวงสวรรค์กลายเป็นนรกที่งดงาม

12 ส.ค. 2026
10

กลับมาอีกครั้งกับจักรวาลเอเลี่ยนในภาคต่อจาก ‘โพรมีธีอุส’ ที่เต็มไปด้วยคำถามและความลี้ลับ ริดลีย์ สก็อตต์ พาเราเดินทางสู่ดาวเคราะห์ที่ดูเหมือนสรวงสวรรค์ แต่กลับซ่อนความสยองขวัญที่ชวนขนลุก ‘เอเลี่ยน โคเวแนนท์’ ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญอวกาศธรรมดา แต่คือบทกวีแห่งความมืดที่ท้าทายความคิดเรื่องการสร้างสรรค์และความหมายของการเป็นมนุษย์

ชื่อต้นฉบับ Alien: Covenant
ปีที่ฉาย 2017
แนว สยองขวัญ, นิยายวิทยาศาสตร์
ความยาว 122 นาที
ผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์
เรท R
คะแนน TMDB 6.2/10 (9,572 โหวต)

ดู เอเลี่ยน โคเวแนนท์ ได้ที่ไหน

Disney+Disney+

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

ยานโคเวแนนท์ บรรทุกผู้ตั้งอาณานิคมและเอ็มบริโอกว่า 2,000 ชีวิต มุ่งหน้าไปยังดาวเคราะห์ที่ห่างไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ระหว่างทาง พวกเขาดักจับสัญญาณปริศนาจากดาวเคราะห์ที่ใกล้กว่า ซึ่งดูเหมือนจะเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานมากกว่า การตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางนำพวกเขาไปสู่ดาวเคราะห์ที่เงียบสงัด แต่กลับเต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น พวกเขาได้พบกับเดวิด แอนดรอยด์รุ่นแรกที่ตกค้างจากยานโพรมีธีอุส ผู้ซึ่งดูเหมือนจะรู้ความลับของสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี

หนังค่อยๆ เผยปมปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้นกับอลิซาเบธ ชอว์ และทีมโพรมีธีอุส รวมถึงที่มาของซีนอร์มอร์ฟที่เรารู้จักกันดี ความจริงที่ถูกเปิดเผยนำไปสู่บทสรุปอันน่าตกใจที่ท้าทายศีลธรรมและความเชื่อของทุกคน

งานการแสดงและตัวละคร

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเรื่องนี้ เขารับบทสองบทบาทที่ต่างกันสุดขั้ว ทั้งเดวิด แอนดรอยด์ผู้ชั่วร้ายที่แฝงความซับซ้อน และวอลเตอร์ แอนดรอยด์รุ่นใหม่ที่ภักดีและไร้เดียงสา การแสดงของเขาสร้างความน่าขนลุกและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้ชมตั้งคำถามตลอดเวลาว่าแท้จริงแล้วความชั่วร้ายเกิดจากอะไร กันระหว่างมนุษย์หรือสิ่งที่เราสร้างขึ้น

แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน ในบทแดเนียลส์ ให้ความแข็งแกร่งและความเปราะบางในแบบที่ทำให้คนดูเอาใจช่วย ขณะที่บิลลี ครูดั๊บ ในบทกัปตันโอรัม ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งภายในก็ทำได้ดี แต่บทบาทของนักแสดงคนอื่นๆ อย่างแดนนี แม็คไบรด์ ที่รับบทเทนเนสซี ก็เพิ่มสีสันและความเป็นมนุษย์ให้กับทีมลูกเรือ ทว่าตัวละครบางตัวถูกเขียนให้บางเกินไปจนไม่ค่อยมีมิติ แต่ก็เพียงพอต่อการเป็นเหยื่อในหนังสยองขวัญ

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

ริดลีย์ สก็อตต์ พิสูจน์ฝีมือการกำกับของเขาอีกครั้ง ด้วยการสร้างบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและอึดอัดในเวลาเดียวกัน ภาพของดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวสาลีและสถาปัตยกรรมอันสง่างาม ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าหลงใหล แต่ภายใต้ความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความตายและการทำลายล้าง ความขัดแย้งนี้เองที่ทำให้หนังน่าติดตาม

ดนตรีประกอบโดยเจด เคิร์ซเซล ช่วยเสริมอารมณ์ได้อย่างลงตัว ทั้งช่วงที่เงียบสงัดและน่าขนลุก ไปจนถึงช่วงแอ็กชันที่เร้าใจ การตัดต่อและซาวด์ดีไซน์ก็ทำได้ดี โดยเฉพาะเสียงของซีนอร์มอร์ฟที่ทำให้ขนลุกทุกครั้งที่ได้ยิน งานภาพโดยดาริอุส วอลสกี้ ถ่ายทอดความกว้างใหญ่ของอวกาศและความอึดอัดภายในยานได้อย่างยอดเยี่ยม

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

‘เอเลี่ยน โคเวแนนท์’ เป็นหนังที่ตั้งคำถามใหญ่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์และความหมายของชีวิต เดวิดคือตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่กลับต้องการเป็นผู้สร้างเอง เขาปรารถนาที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบด้วยวิธีของเขา ซึ่งนำไปสู่หายนะ คำถามที่หนังอยากให้เราคิดคือ อะไรคือความสมบูรณ์แบบ? และใครมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ?

อย่างไรก็ตาม หนังดูจะรีบร้อนในการเล่าเรื่องบางส่วน โดยเฉพาะการเปิดเผยที่มาของซีนอร์มอร์ฟที่อาจทำให้แฟนๆ เก่าไม่พอใจ เพราะดูเหมือนจะขัดกับตำนานเดิมที่เคยเล่าไว้ การตัดสินใจของตัวละครบางอย่างก็ดูไม่สมเหตุสมผลในโลกของความเป็นจริง แต่ก็พอจะเข้าใจได้ในบริบทของหนังสยองขวัญที่ตัวละครมักจะตัดสินใจผิดพลาด

จุดแข็งของหนังอยู่ที่การสร้างความสงสัยและความไม่แน่นอน ผู้ชมจะถูกตั้งคำถามตลอดเวลาว่าใครคือคนดี ใครคือคนร้าย และความจริงที่แท้จริงคืออะไร การหักมุมตอนท้าย แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ถูกนำเสนอได้อย่างมีชั้นเชิง ทำให้เราอดคิดตามไม่ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในภาคหน้า

นักแสดงนำ

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์
มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์
รับบท David / Walter
Katherine Waterston
Katherine Waterston
รับบท Daniels
Billy Crudup
Billy Crudup
รับบท Oram
Danny McBride
Danny McBride
รับบท Tennessee
Demián Bichir
Demián Bichir
รับบท Lope
คาร์เมน อีโยโก
คาร์เมน อีโยโก
รับบท Karine
Jussie Smollett
Jussie Smollett
รับบท Ricks
Callie Hernandez
Callie Hernandez
รับบท Upworth
Amy Seimetz
Amy Seimetz
รับบท Faris
Nathaniel Dean
Nathaniel Dean
รับบท Hallett

จุดเด่น

  • การแสดงของมิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ที่ยอดเยี่ยมและน่าขนลุก
  • บรรยากาศและงานภาพที่สวยงามแต่แฝงความน่ากลัว
  • ธีมที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการสร้างสรรค์และศีลธรรม
  • การหักมุมที่ชวนติดตามและตั้งคำถาม

จุดด้อย

  • ตัวละครบางตัวถูกพัฒนาน้อยเกินไป ทำให้ตายไปโดยไม่รู้สึกเสียดาย
  • การตัดสินใจบางอย่างของตัวละครดูขาดเหตุผล
  • แฟนๆ เอเลี่ยนรุ่นเก่าอาจไม่พอใจกับการเปลี่ยนตำนานที่มา

สรุป

เอเลี่ยน โคเวแนนท์ เป็นหนังที่เหมาะกับผู้ชมที่ชื่นชอบนิยายวิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกปรัชญา และแฟนๆ ของริดลีย์ สก็อตต์ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งบทที่น่าสนใจในจักรวาลเอเลี่ยน สำหรับผู้ที่คาดหวังความสยองขวัญแบบมันส์ๆ อาจจะผิดหวัง แต่ถ้าคุณชอบการตั้งคำถามเรื่องการสร้างสรรค์และความหมายของชีวิต หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณคิดตามได้อีกนาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เอเลี่ยน โคเวแนนท์ ต้องดูภาคโพรมีธีอุสก่อนไหม?

ควรดูอย่างยิ่ง เพราะเป็นภาคต่อโดยตรง และจะเข้าใจปมต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวของเดวิดและอลิซาเบธ ชอว์

เอเลี่ยน โคเวแนนท์ ฉายยาวกี่นาที?

ความยาวประมาณ 122 นาที (2 ชั่วโมง 2 นาที) หวือห้ามพลาดฉากหลังเครดิตด้วยนะ

ใครเป็นผู้กำกับเอเลี่ยน โคเวแนนท์?

ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับคนเดียวกับเอเลี่ยน ภาคแรก และโพรมีธีอุส

เอเลี่ยน โคเวแนนท์ เกี่ยวข้องกับเอเลี่ยน ภาคแรกอย่างไร?

หนังเป็นภาคก่อนของเอเลี่ยน ภาคแรก โดยเล่าถึงที่มาของซีนอร์มอร์ฟ และเหตุการณ์ที่นำไปสู่การค้นพบยานเนสโตโมโฟในภาคแรก