สิบแปดปีหลังจากภาพยนตร์ต้นฉบับที่โด่งดัง National Treasure: Edge of History มาถึงในรูปแบบซีรีส์ที่ Disney+ นำเสนอการผจญภัยครั้งใหม่กับตัวละครรุ่นใหม่ นำแสดงโดย Lisette Olivera ในบท Jess Valenzuela หญิงสาวผู้ชาญฉลาดที่ต้องไขปริศนาที่ฝังลึกเกี่ยวกับสมบัติของชนพื้นเมืองอเมริกัน แม้ซีรีส์จะพยายามสานต่อจิตวิญญาณของการล่าสมบัติ แต่การขาดเสน่ห์ของ Nicolas Cage และพล็อตที่ยืดเยื้อเกินไปอาจทำให้แฟนเก่าผิดหวัง
| ชื่อต้นฉบับ | National Treasure: Edge of History |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2022 |
| แนว | บู๊, ผจญภัย |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 10 ตอน |
| ผู้กำกับ | Marianne Wibberley |
| เรท | TV-14 |
| คะแนน TMDB | 6.7/10 (242 โหวต) |
ดู National Treasure: Edge of History ได้ที่ไหน
Disney+


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Jess Valenzuela สาวน้อยอัจฉริยะที่ทำงานในร้านซ่อมรถ ต้องพบกับเบาะแสปริศนาที่อาจนำไปสู่ขุมทรัพย์โบราณที่ซุกซ่อนอยู่ในอเมริกา เธอร่วมมือกับเพื่อนสนิท Tasha, Oren, Ethan และ Liam เพื่อไขรหัสลับที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของชนเผ่าพื้นเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับ Billie Pearce (Catherine Zeta-Jones) นักล่าสมบัติผู้ชั่วร้ายที่ต้องการสมบัติเช่นกัน
ซีรีส์พาผู้ชมเดินทางผ่านสถานที่จริงในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เช่น อนุสาวรีย์เมาท์รัชมอร์ และห้องสมุดรัฐสภา โดยแต่ละตอนมีปริศนาที่ต้องแก้ แม้โครงเรื่องจะคล้ายกับภาพยนตร์ แต่การเพิ่มความลึกซึ้งให้กับประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองทำให้ซีรีส์มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
งานการแสดงและตัวละคร
Lisette Olivera รับบท Jess ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยความเฉลียวฉลาดและความมุ่งมั่นที่ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วย แต่เคมีระหว่างตัวละครหลักยังไม่แนบเนียนเท่าที่ควร โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่พัฒนาเร็วเกินไประหว่าง Jess และ Liam (Jake Austin Walker) ส่วน Catherine Zeta-Jones ในบทวายร้าย Billie Pearce แสดงได้ดีเยี่ยม มีเสน่ห์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่บทของเธอถูกเขียนให้มีมิติจำกัด ทำให้ดูเหมือนตัวร้ายที่มีแรงจูงใจผิวเผิน
นักแสดงสมทบอย่าง Zuri Reed (Tasha) และ Antonio Cipriano (Oren) ช่วยเพิ่มสีสัน แต่ตัวละครบางตัว เช่น Ethan (Jordan Rodrigues) ดูไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร การแสดงโดยรวมจึงถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่ยังไม่โดดเด่นพอให้จดจำ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Marianne Wibberley ซึ่งเคยร่วมเขียนบทภาพยนตร์ต้นฉบับ กลับมารับหน้าที่สร้างซีรีส์นี้ การกำกับเน้นความรวดเร็วและตื่นเต้น แต่บางฉากรู้สึกเร่งรีบจนขาดอารมณ์ร่วม งานภาพถ่ายทำได้สวยงาม โดยเฉพาะฉากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบย้อนอดีตบ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้งทำให้เสียจังหวะ
ดนตรีประกอบโดย Trevor Rabin มีกลิ่นอายของการผจญภัยคล้ายภาพยนตร์ต้นฉบับ แต่ก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจเท่าเดิมได้ เสียงประกอบในฉากแอ็กชันช่วยเพิ่มความตื่นเต้น แต่โดยรวมแล้วงานเทคนิคถือว่ามาตรฐานดี ไม่ได้เหนือความคาดหมาย
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
National Treasure: Edge of History พยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองท่ามกลางเงาของภาพยนตร์ต้นฉบับ จุดแข็งของซีรีส์คือการนำเสนอประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองอเมริกันที่ถูกละเลยในสื่อกระแสหลัก ทำให้มีเนื้อหาที่ลึกซึ้งและให้ความรู้มากกว่าการล่าสมบัติทั่วไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องที่ช้าในบางตอนและการพึ่งพาการไขปริศนาที่ซับซ้อนเกินไปอาจทำให้ผู้ชมทั่วไปรู้สึกเบื่อ
นอกจากนี้ การที่ไม่มีตัวละครของ Nicolas Cage อย่าง Benjamin Gates ทำให้ซีรีส์ขาดเสน่ห์เฉพาะตัวที่แฟนๆ คิดถึง แม้จะมี Easter Egg และการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทดแทนการปรากฏตัวของนักแสดงนำเดิม กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวล่าสมบัติและต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ National Treasure อาจรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
นักแสดงนำ







จุดเด่น
- เนื้อเรื่องให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองอเมริกัน
- การแสดงของ Catherine Zeta-Jones น่าจดจำ
- งานภาพสวยงาม ถ่ายทำสถานที่จริง
จุดด้อย
- การดำเนินเรื่องช้าและยืดเยื้อในบางตอน
- ขาดเสน่ห์ของ Nicolas Cage และตัวละครดั้งเดิม
สรุป
National Treasure: Edge of History เป็นซีรีส์ที่กล้าหาญในการนำเสนอประวัติศาสตร์ที่แตกต่าง แต่ยังไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองได้ดีพอ หากคุณเป็นแฟนแนวผจญภัยไขปริศนาและไม่ติดใจเรื่องการเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ ก็อาจสนุกไปกับมันได้ แต่ถ้าคุณหวังจะเห็น Nicolas Cage กลับมา อาจต้องรอต่อไป
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
National Treasure: Edge of History เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์อย่างไร?
ซีรีส์เป็นภาคแยกที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพยนตร์ แต่มี Easter Egg และการอ้างอิงถึง Benjamin Gates เล็กน้อย
ซีรีส์มีกี่ตอนและฉายที่ไหน?
มี 10 ตอน ฉายทาง Disney+ โดยทั้งหมดออกอากาศในปี 2022
National Treasure: Edge of History จะมีซีซัน 2 ไหม?
ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ซีซัน 1 จบแบบเปิดโอกาสให้มีภาคต่อ
ซีรีส์นี้เหมาะกับเด็กหรือไม่?
เนื้อหามีความรุนแรงเล็กน้อยและการไล่ล่า แต่โดยรวมเหมาะสำหรับผู้ชมวัยรุ่นขึ้นไป





