ถ้าคุณคิดว่าสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์จบไปแล้วในภาคก่อน ๆ เฟต/อโพคริฟา จะพาคุณกลับสู่สมรภูมิที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เมื่อมหาจอกถูกขโมยและตระกูลยุคด์มิลเลเนียประกาศสงครามต่อสมาพันธ์จอมเวทย์ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของจอมเวทย์ 7 คนกับรับใช้ 7 ตนอีกต่อไป แต่เป็นสงครามระหว่างสองฝ่ายที่เรียกใช้Servantมากถึง 14 ตน พร้อมด้วยผู้ตัดสินอย่าง Ruler ที่ต้องรักษาสมดุลของกฎ
| ชื่อต้นฉบับ | Fate/Apocrypha |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2017 |
| แนว | แอนนิเมชั่น, บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์ |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 25 ตอน |
| เรท | TV-MA |
| คะแนน TMDB | 7.4/10 (176 โหวต) |



เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อมหาจอกศักดิ์สิทธิ์ถูกขโมยไปจากเมืองฟุยุกิ และตระกูลยุคด์มิลเลเนียได้ก่อกบฏต่อสมาพันธ์จอมเวทย์ พวกเขาประกาศสงครามเพื่อครอบครองจอก โดยตั้งตนเป็นฝ่ายดำ (Black Faction) และเรียกใช้Servant 7 ตน ขณะที่สมาพันธ์จอมเวทย์ส่งฝ่ายแดง (Red Faction) พร้อมServantอีก 7 ตนมาปราบปราม การปะทะกันครั้งนี้จึงกลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง ท่ามกลางความวุ่นวายนี้เองที่ Sieg ชายหนุ่มผู้ถูกสร้างขึ้นมาในฐานะโฮมุนครุส ได้เข้ามาพัวพันกับสงครามและต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางของตัวเอง
งานการแสดงและตัวละคร
จุดแข็งของ เฟต/อโพคริฟา อยู่ที่การออกแบบตัวละครที่หลากหลายและน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Sieg (นัตสึกิ ฮานาเอะ) ที่ต้องรับมือกับชะตากรรมที่ไม่มีใครอยากได้, Ruler หรือ Jeanne d’Arc (มายะ ซากาโมโตะ) ผู้แบกรับหน้าที่อันหนักอึ้ง, หรือ Astolfo (รูมิ โอกูโบะ) ที่มาพร้อมความสดใสและความน่ารักจนแฟน ๆ หลงรัก การแสดง voix ของนักพากย์ทุกคนทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความมุ่งมั่นและความขัดแย้งภายในได้อย่างลึกซึ้ง ตัวละครอย่าง Siegfried (จุนอิจิ ซูวาเบะ) และ Chiron (ชุนสึเกะ ทาเกอุจิ) ก็มีบทบาทที่ทำให้เรื่องน่าติดตามยิ่งขึ้น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ด้านงานภาพ เฟต/อโพคริฟา ผลิตโดยสตูดิโอ A-1 Pictures ที่ถ่ายทอดฉากแอ็กชันได้อย่างดุเดือดและสวยงาม เอฟเฟกต์เวทมนตร์และอาวุธของServantแต่ละตนถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน แม้บางช่วงอาจมีงานแอนิเมชันที่ดูไม่สม่ำเสมอ แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ดนตรีประกอบโดย Masaru Yokoyama สร้างบรรยากาศสงครามอันยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว เพลงเปิดและเพลงปิดก็ไพเราะชวนติดหู ส่วนการกำกับของ Yoshiyuki Asai สามารถรักษาจังหวะเรื่องให้กระชับได้ในหลายตอน แม้จะช้าลงบ้างในช่วงกลางเรื่อง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ในมุมมองของกองบรรณาธิการ เฟต/อโพคริฟา เป็นผลงานที่พยายามขยายจักรวาล Fate ให้กว้างขึ้นด้วยแนวคิด ‘สงครามสองฝ่าย’ ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และความตื่นเต้นได้ดี แต่ก็แลกมาด้วยปัญหาการกระจายตัวละครที่มีมากเกินไป ทำให้บางตัวละครไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะกลุ่มฝ่ายแดงที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งให้เป็นตัวประกอบในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ธีมหลักของเรื่องที่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และการค้นหาตัวตนของ Sieg ก็ถือว่าน่าสนใจและชวนคิด แฟน ๆ Fate ควรดูเพื่อสัมผัสประสบการณ์สงครามจอกที่แตกต่างออกไป แม้อาจไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุดในซีรีส์ แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- ฉากแอ็กชันที่ดุเดือดและสวยงาม
- ตัวละครหลากหลายและมีเอกลักษณ์
- ดนตรีประกอบที่ยิ่งใหญ่
จุดด้อย
- การกระจายตัวละครไม่ทั่วถึง
- งานแอนิเมชันบางช่วงไม่สม่ำเสมอ
สรุป
เฟต/อโพคริฟา เหมาะสำหรับแฟน ๆ Fate ที่อยากชมสงครามจอกในรูปแบบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องการกระจายตัวละคร แต่ด้วยฉากแอ็กชันที่ตื่นตาตื่นใจและตัวละครที่มีเสน่ห์ ก็ทำให้ซีรีส์นี้เป็นอีกหนึ่งภาคที่น่าติดตาม ถ้าคุณชอบแนวแฟนตาซีต่อสู้และไม่ซีเรียสกับความสมบูรณ์แบบของเนื้อเรื่อง ลองเปิดใจดูได้เลย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เฟต/อโพคริฟา มีกี่ตอน
มีทั้งหมด 25 ตอน (ซีซันเดียว) ออกอากาศปี 2017
ดูเฟต/อโพคริฟา ต้องดูภาคอื่นก่อนไหม
ไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องราวแยกออกมา (spin-off) แต่การมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับจักรวาล Fate จะช่วยให้สนุกขึ้น
เฟต/อโพคริฟา สนุกไหม
สำหรับแฟน Fate ถือว่าน่าดูเพราะมีฉากต่อสู้ที่มันส์และตัวละครน่ารัก แต่หากมองหาการพัฒนาตัวละครลึกซึ้งอาจไม่เท่าภาคหลัก
เฟต/อโพคริฟา จบแบบไหน
ขอไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าจบแบบสมเหตุสมผลกับธีมของเรื่อง





