ถ้าคุณเป็นแฟนบลีชที่ตามดูอิจิโกะและลูเคียมาตลอด การได้กลับมาเจอ他们两个ในภาพยนตร์ภาคนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ทั้งอบอุ่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน บลีช เทพมรณะ เดอะมูฟวี่ ภาคแด่เธอผู้สิ้นสูญ (ชื่อญี่ปุ่น: 劇場版 BLEACH Fade to Black 君の名を呼ぶ) คือภาคหนังโรงลำดับที่สองของซีรีส์ ที่หยิบเอาคำถามง่ายๆ ว่า ‘ถ้าคนที่เรารักจำเราไม่ได้ เราจะยังเป็นเราเหมือนเดิมไหม’ มาเล่าได้อย่างมีชั้นเชิง
| ชื่อต้นฉบับ | 劇場版 BLEACH Fade to Black 君の名を呼ぶ |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2008 |
| แนว | บู๊, แอนนิเมชั่น, จินตนาการ, หนังชีวิต |
| ความยาว | 94 นาที |
| ผู้กำกับ | 阿部記之 |
| เรท | PG-13 |
| คะแนน TMDB | 7.1/10 (205 โหวต) |
ดู บลีช เทพมรณะ เดอะมูฟวี่ ภาคแด่เธอผู้สิ้นสูญ ได้ที่ไหน
Amazon Prime Video


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเกิดความวุ่นวายในโซลโซไซตี้ มีการบุกรุกที่ทำให้เหล่ายมทูตต้องปะทะกับศัตรูปริศนา แต่สิ่งที่ทำให้อิจิโกะตกใจสุดขีดคือ ทุกคนในโซลโซไซตี้จำเขาและลูเคียไม่ได้ ราวกับว่าทั้งสองไม่เคยมีตัวตนอยู่ในความทรงจำของใครเลย ยิ่งไปกว่านั้น อิจิโกะยังถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของหายนะครั้งนี้ เขาจึงต้องหลบหนีและออกตามหาลูเคียที่หายสาบสูญไป พร้อมกับพยายามไขความจริงว่าอะไรกันแน่ที่เกิดขึ้นกับความทรงจำของผู้คน
หนังดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศที่มืดมนกว่าภาคแรก มีกลิ่นอายของความสิ้นหวังและความเหงาแทรกอยู่ในทุกฉาก แม้จะยังมีฉากต่อสู้ที่จัดเต็ม แต่แก่นของเรื่องกลับเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิจิโกะกับลูเคีย และคำถามเรื่องตัวตนที่ผูกพันกับความทรงจำของผู้อื่น
งานการแสดงและตัวละคร
มาซากาซุ โมริตะ กลับมารับบทอิจิโกะได้อย่างมั่นคง ถ่ายทอดความสับสน เจ็บปวด และความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มที่ต้องต่อสู้เพื่อคนที่จำเขาไม่ได้ ฟูมิโกะ โอริกาซะ ในบทลูเคียก็ยังคงเป็นหัวใจของเรื่อง ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งแข็งแกร่งและเปราะบาง ส่วนตัวละครสมทบอย่างเร็นจิ (伊藤健太郎) และคอน (มิตสึอากิ มาโดโนะ) ยังสร้างสีสันและความอบอุ่นได้ดี ขณะที่ตัวร้ายอย่างโฮมุระ (อายะ ฮิราโนะ) และชิซุกุ (คามิยะ ฮิโรชิ) แม้จะไม่ใช่ตัวร้ายที่ซับซ้อนอะไรมาก แต่ก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่าจดจำ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ 阿部記之 (โนริยูกิ อาเบะ) ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์บลีชมาตั้งแต่แรก ยังคงคุมโทนภาพและจังหวะได้อย่างมืออาชีพ ฉากแอ็กชันในภาคนี้มีพลังและคล่องตัว โดยเฉพาะการต่อสู้ในโซลโซไซตี้ที่ใช้เทคนิคภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ด้านดนตรีประกอบยังคงใช้ธีมหลักของบลีชได้อย่างทรงพลัง และเพิ่มเพลงใหม่ที่ช่วยเสริมอารมณ์เศร้าได้อย่างลงตัว งานภาพใช้โทนสีหม่นและแสงเงาที่ตัดกัน ช่วยตอกย้ำธีมการสูญเสียความทรงจำได้เป็นอย่างดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
แม้จะเป็นหนังโรงที่สร้างจากอนิเมะ แต่ Fade to Black ไม่ได้เป็นแค่ตอนพิเศษยาวๆ หากแต่หยิบเอาประเด็นทางปรัชญาเรื่องความทรงจำและตัวตนมาเล่าได้อย่างน่าสนใจ การที่คนอื่นจำเราไม่ได้ ทำให้เรายังเป็น ‘เรา’ อยู่หรือไม่? อิจิโกะต้องเผชิญกับคำถามนี้ตลอดทั้งเรื่อง และการที่เขายังคงต่อสู้เพื่อลูเคียแม้เธอจะจำเขาไม่ได้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความผูกพันที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความทรงจำเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของหนังคือการที่ตัวร้ายมีแรงจูงใจที่ค่อนข้างตื้น และบางฉากก็ยืดเยื้อเกินไปสำหรับผู้ชมที่ไม่ได้ติดตามซีรีส์มาก่อน แต่สำหรับแฟนบลีชแล้ว นี่คือภาคที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- เนื้อเรื่องเข้มข้นด้วยประเด็นความทรงจำและตัวตนที่ชวนคิด
- ฉากแอ็กชันมันส์สะใจ งานภาพและดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
- ความสัมพันธ์ระหว่างอิจิโกะกับลูเคียถูกถ่ายทอดได้ลึกซึ้งกินใจ
จุดด้อย
- ตัวร้ายมีแรงจูงใจที่เรียบง่ายและขาดมิติ
- จังหวะบางช่วงยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้ชมที่ไม่ได้ดูซีรีส์รู้สึกงง
สรุป
บลีช เทพมรณะ เดอะมูฟวี่ ภาคแด่เธอผู้สิ้นสูญ เป็นภาคที่แฟนบลีชไม่ควรพลาด เพราะนอกจากฉากต่อสู้ที่มันส์แล้ว ยังมีแก่นเรื่องที่กินใจเกี่ยวกับความทรงจำและความผูกพัน หากคุณเป็นแฟนอนิเมะหรือหนังแอ็กชันแฟนตาซีที่ต้องการมากกว่าความบันเทิงผิวเผิน เรื่องนี้ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บลีช เดอะมูฟวี่ ภาคแด่เธอผู้สิ้นสูญ ดูได้ที่ไหน
ปัจจุบันสามารถรับชมได้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ถือลิขสิทธิ์อนิเมะบลีช เช่น Netflix, Crunchyroll หรือ Bilibili แล้วแต่ภูมิภาค
ภาคนี้ต้องดูภาคก่อนหน้าก่อนไหม
ไม่จำเป็นต้องดูภาคแรกก็เข้าใจได้ เพราะเป็นเรื่องราวแยก แต่ถ้าเคยดูซีรีส์หลักมาก่อนจะอินกับตัวละครมากกว่า
Fade to Black มีกี่ภาค
เป็นภาพยนตร์บลีชภาคที่ 2 จากทั้งหมด 4 ภาค (ภาคแรก Memories of Nobody, ภาค 3 Hell Verse, ภาค 4 The DiamondDust Rebellion)
ใครเป็นตัวร้ายในภาคนี้
ตัวร้ายหลักคือโฮมุระ (Homura) และชิซุกุ (Shizuku) สองพี่น้องปริศนาที่เกี่ยวข้องกับการลบความทรงจำของเหล่ายมทูต
ภาคนี้จบแบบสมบูรณ์ไหม
จบแบบเป็นตอนจบที่สมบูรณ์ในตัวเอง แต่ก็ทิ้งปมบางอย่างให้คิดต่อ ซึ่งเป็นสไตล์ของหนังโรงบลีช





