https://www.youtube.com/watch?v=YfQFpzKYT0s
เมื่อตำนานเทพต้องมาเจอกับละครรักสามเศร้า ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ เทพจอมอิทธิฤทธิ์ สิ้นเสน่ห์ ภาพยนตร์แฟนตาซีจีนปี 2020 ที่พลิกโฉมเรื่องเล่าของต๋าจีให้มีมิติทางอารมณ์มากขึ้น แทนที่จะเป็นแค่นางร้ายกลับกลายเป็นตัวละครที่ชวนให้เห็นใจ ไม่ใช่แค่เอฟเฟกต์สวยงาม แต่ยังมีเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม แม้จะออกแนวประวัติศาสตร์-เทพนิยายที่คุ้นเคย แต่ก็มีลูกเล่นใหม่ที่ทำให้ไม่น่าเบื่อ
| ชื่อต้นฉบับ | 封神榜·妖灭 |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2020 |
| แนว | จินตนาการ |
| ความยาว | 96 นาที |
| ผู้กำกับ | 海涛 |
| คะแนน TMDB | 7.0/10 (1 โหวต) |

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเจียงจื่อหยา (ปรมาจารย์แห่งพิชัยสงคราม) จับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตัวหนึ่งได้ในป่า ขณะเดียวกันโจ้วอ๋อง (Rick Xu) ก็ออกมาล่าสัตว์และพบเข้า ปีศาจจิ้งจอกขอร้องให้โจ้วอ๋องช่วยเหลือ ด้วยความเมตตา เขาจึงสั่งให้เจียงจื่อหยาปล่อยมันไป ปีศาจนั้นรู้สึกซาบซึ้ง จึงแปลงกายเป็นสาวงามนามว่าต๋าจี (ซุนเสวี่ยหนิง) เพื่อเข้าไปตอบแทนบุญคุณและหวังจะอยู่เคียงข้างโจ้วอ๋องตลอดไป แต่โจ้วอ๋องกลับหลงรักสนมหวง (หวงอี้เสวียน) ผู้สุภาพอ่อนโยน ทำให้ต๋าจีเกิดความอิจฉาริษยา เธอจึงวางแผนสวมวิญญาณของสนมหวง และสร้างเหตุการณ์ให้โป๋ยี่เข่าผู้ภักดีต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยความขัดแย้งทางอารมณ์และการเมืองที่ซับซ้อน
งานการแสดงและตัวละคร
ซุนเสวี่ยหนิง ในบทต๋าจีทำได้ดีมาก ถ่ายทอดความเจ้าเล่ห์ ความเจ็บปวด และความรักที่บิดเบี้ยวออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เธอไม่ใช่แค่ปีศาจร้าย แต่เป็นผู้หญิงที่ปรารถนาจะได้รับความรักตอบแทน Rick Xu ในบทโจ้วอ๋องก็เล่นได้สมบทบาท ทั้งความเย่อหยิ่งและความอ่อนแอต่อความรัก ส่วน หวงอี้เสวียน ในบทสนมหวงก็อ่อนโยนและน่าสงสารตามแบบฉบับนางเอกผู้เสียสละ อย่างไรก็ตาม ตัวละครประกอบอื่นๆ อย่างเจียงจื่อหยาหรือโป๋ยี่เข่าดูไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ทำให้เรื่องราวบางช่วงขาดน้ำหนัก
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ ไห่เทา (海涛) เลือกเน้นความสวยงามของภาพและอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าแอคชั่นอลังการ ฉากในวังหลวงและธรรมชาติถูกถ่ายทอดออกมาได้สวยงามสมจริง สีสันสดใส งานเอฟเฟกต์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางก็ทำได้น่าพอใจแม้งบประมาณอาจไม่สูงมาก ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่ต๋าจีต้องเผชิญกับความรักที่ผิดหวัง แต่ข้อเสียคือการตัดต่อบางช่วงยังกระโดดไปมาทำให้เนื้อเรื่องขาดความต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ เทพจอมอิทธิฤทธิ์ สิ้นเสน่ห์ แตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ คือการนำเสนอต๋าจีในฐานะตัวละครที่มีปมทางจิตใจ เธอไม่ได้เกิดมาเป็นปีศาจร้าย แต่ความรักที่ไม่สมหวังกลับทำให้เธอเลือกทางที่ผิด หนังตั้งคำถามว่า ‘ความรักสามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นสัตว์ร้ายได้หรือไม่?’ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าในครึ่งแรก และบทสนทนาบางช่วงก็ยืดเยื้อ ทำให้อรรถรสลดลงไปบ้าง โดยรวมถือเป็นหนังที่เหมาะกับคนรักแฟนตาซีจีนที่อยากเห็นมุมมองใหม่ของตำนานเก่า
นักแสดงนำ







จุดเด่น
- การแสดงของซุนเสวี่ยหนิงในบทต๋าจีโดดเด่นและมีมิติ
- ภาพสวยงาม ฉากและเครื่องแต่งกายอลังการ
- พลิกโฉมตำนานต๋าจีให้มีปมทางอารมณ์ที่น่าสนใจ
- ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี
จุดด้อย
- การดำเนินเรื่องช้าในช่วงต้นและบางช่วงยืดเยื้อ
- ตัวละครรองไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
- เอฟเฟกต์บางจุดยังดูไม่สมจริง
สรุป
ถ้าคุณเป็นแฟนหนังแฟนตาซีจีนที่ชอบดูตำนานเทพแบบมีอารมณ์ร่วม เทพจอมอิทธิฤทธิ์ สิ้นเสน่ห์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าดู ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน โดยเฉพาะการตีความตัวร้ายให้มีมิติมากขึ้น ควรค่าแก่การรับชมสักครั้ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เทพจอมอิทธิฤทธิ์ สิ้นเสน่ห์ ฉายปีไหน?
ฉายในปี 2020
หนังเรื่องนี้ต่างจากตำนานต๋าจีเวอร์ชั่นอื่นยังไง?
หนังเน้นมุมมองของต๋าจีที่มีปมความรักและความอิจฉา ทำให้เธอเป็นตัวละครที่ซับซ้อนและน่าสงสารมากขึ้น
ใครคือนักแสดงนำในเรื่องนี้?
นักแสดงนำคือ ซุนเสวี่ยหนิง (รับบทต๋าจี), Rick Xu (รับบทโจ้วอ๋อง), และ หวงอี้เสวียน (รับบทสนมหวง)
หนังมีความยาวกี่นาที?
ความยาว 96 นาที





