ปีเตอร์ แจ็คสันกลับมาอีกครั้งกับการผจญภัยสุดอลังการใน เดอะ ฮอบบิท: ดินแดนเปลี่ยวร้างของสม็อค ภาคต่อที่พาเราเข้าใกล้สมบัติและมังกรร้ายมากขึ้น หนังยังคงความสนุกและสเปกตาเคิลระดับมหากาพย์ แต่ก็มีจุดที่ยืดเยื้อและเพิ่มเนื้อหาที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือ ซึ่งอาจทำให้แฟนพันธุ์แท้รู้สึกขัดใจอยู่บ้าง
| ชื่อต้นฉบับ | The Hobbit: The Desolation of Smaug |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2013 |
| แนว | จินตนาการ, ผจญ, บู๊ |
| ความยาว | 161 นาที |
| ผู้กำกับ | ปีเตอร์ แจ็คสัน |
| เรท | PG-13 |
| คะแนน TMDB | 7.6/10 (14,230 โหวต) |
ดู เดอะ ฮอบบิท: ดินแดนเปลี่ยวร้างของสม็อค ได้ที่ไหน
Apple TV Store
Google Play Movies


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ภาคสองเริ่มต้นหลังจากที่บิลโบและคณะคนแคระรอดพ้นจากเงื้อมมือของออร์ค พวกเขามุ่งหน้าสู่ป่าเมิร์กวูดอันตราย ซึ่งเต็มไปด้วยแมงมุมยักษ์และเอล์ฟป่าที่ไม่เป็นมิตร หลังจากการช่วยเหลืออันน่าตื่นเต้นจากเอล์ฟลีโกลัสและทอเรียล (ตัวละครใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา) พวกเขาเดินทางสู่ทะเลสาบทาวน์ เพื่อหาทางเข้าสู่ภูเขาเดียวดายและเผชิญหน้ากับมังกรสม็อคผู้ยิ่งใหญ่ หนังจบลงด้วยการเผชิญหน้าระหว่างบิลโบกับสม็อค ซึ่งทิ้งปมไว้ให้ลุ้นต่อในภาคสุดท้าย
งานการแสดงและตัวละคร
มาร์ติน ฟรีแมนยังคงยอดเยี่ยมในบทบิลโบ ถ่ายทอดความกลัวและความกล้าหาญได้อย่างลงตัว ริชาร์ด อาร์มิเทจในบทธอรินมีมิติมากขึ้น แสดงถึงความหมกมุ่นในสมบัติที่เริ่มกัดกินจิตใจ ตัวละครใหม่อย่างทอเรียล (เอวานเจลีน ลิลลี่) เพิ่มความสดใหม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับคิลี ขณะที่ลีโกลัสของออร์แลนโด บลูมกลับมาพร้อมท่วงท่าดูโฉบเฉี่ยวสมกับเป็นเอล์ฟ แต่เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์คือผู้ขโมยซีนด้วยเสียงอันทรงพลังและโมชั่นแคปเจอร์ที่ทำให้สม็อคมีชีวิตชีวาและน่ากลัวอย่างยิ่ง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ปีเตอร์ แจ็คสันพิสูจน์อีกครั้งว่าเขาเป็นเจ้าแห่งการสร้างโลกแฟนตาซี ภาพในป่าเมิร์กวูดมืดมนและน่าขนลุก ส่วนฉากในทะเลสาบทาวน์สวยงามและมีชีวิตชีวา ฉากแอ็กชันโดยเฉพาะการหนีจากเอล์ฟในแม่น้ำและฉากสม็อคไล่ล่าในภูเขาทำได้ตื่นเต้นระทึกใจ ดนตรีของโฮเวิร์ด ชอร์ยังคงไพเราะ โดยเฉพาะธีมของสม็อคที่ก้องกังวานน่าหวาดหวั่น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
แม้หนังจะสนุกและมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากมาย แต่ก็มีปัญหาเรื่องความยาวที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะฉากที่เพิ่มเติมจากหนังสือเช่นเรื่องรักสามเส้าระหว่างทอเรียล คิลี และลีโกลัส ซึ่งทำให้อารมณ์ของเรื่องหลักเบี่ยงเบนไปบ้าง แฟนตัวจริงอาจเสียดายที่เนื้อหาส่วนสำคัญจากหนังสือถูกตัดทิ้งเพื่อเพิ่มซับพล็อตที่รู้สึกว่ายืดเยื้อ แต่อย่างน้อยการสร้างสม็อคขึ้นมาเป็นมังกรที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ก็คุ้มค่าแก่การรอคอย
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- สม็อคสมจริงและน่ากลัวที่สุดในบรรดามังกรในหนัง
- ฉากแอ็กชันตื่นเต้นเร้าใจ โดยเฉพาะฉากหนีในแม่น้ำและถ้ำ
- นักแสดงนำทุกคนถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีเยี่ยม
- CGI และงานสร้างโลกสวยงามอลังการ
จุดด้อย
- เนื้อเรื่องยืดเยื้อและเพิ่มซับพล็อตที่ไม่จำเป็น
- ตัวละครใหม่อย่างทอเรียลอาจไม่ถูกใจแฟนหนังสือ
- ความยาว 161 นาทีอาจทำให้บางช่วงน่าเบื่อ
สรุป
เดอะ ฮอบบิท: ดินแดนเปลี่ยวร้างของสม็อค เป็นหนังแฟนตาซีที่สนุกและตระการตา เหมาะกับแฟนลอร์ดออฟเดอะริงส์ที่อยากเห็นมิดเดิลเอิร์ธอีกครั้ง แต่สำหรับคนที่ต้องการความกระชับและภักดีต่อต้นฉบับ อาจรู้สึกว่าหนังยืดเยื้อเกินไป อย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับคอหนังแฟนตาซี
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เดอะ ฮอบบิท 2 ต่างจากหนังสือมากไหม
ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตัวละครทอเรียลและความสัมพันธ์กับคิลี รวมถึงบทบาทของลีโกลัสที่เพิ่มขึ้น และการปรากฏตัวของซอรอนที่ชัดเจนขึ้น
ดูเดอะ ฮอบบิท 2 ก่อนต้องดูภาคแรกไหม
ควรดูภาคแรกมาก่อน เพราะเนื้อเรื่องต่อเนื่องโดยตรง
เดอะ ฮอบบิท 2 ใช้กี่เฟรมต่อวินาที
หนังถ่ายทำด้วยระบบ 48 เฟรมต่อวินาที (HFR) ซึ่งให้ภาพลื่นไหลเป็นพิเศษ แต่บางคนอาจรู้สึกเหมือนดูทีวี
สม็อคตายในเดอะ ฮอบบิท 2 หรือเปล่า
ไม่ตาย หนังจบแบบค้างไว้ โดยสม็อคยังมีชีวิตและบินไปโจมตีทะเลสาบทาวน์





