ในปี 1985 วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ปล่อยผลงานแอนิเมชั่นที่แตกต่างจากทุกเรื่องที่ผ่านมา ‘เดอะแบล็กคอลดรัน’ ภาพยนตร์แฟนตาซีเข้มข้นที่มืดหม่นและเต็มไปด้วยฉากน่ากลัว จนกลายเป็นหนังที่แฟนดิสนีย์หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือรู้จักในฐานะ ‘หนังต้องห้าม’ แต่เบื้องหลังความล้มเหลวทางการเงินและชื่อเสียงที่คลุมเครือ กลับซ่อนงานศิลปะที่กล้าหาญและน่าจดจำเอาไว้
| ชื่อต้นฉบับ | The Black Cauldron |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 1985 |
| แนว | แอนนิเมชั่น, ผจญ, ครอบครัว, จินตนาการ |
| ความยาว | 80 นาที |
| ผู้กำกับ | Richard Rich |
| เรท | PG |
| คะแนน TMDB | 6.4/10 (1,446 โหวต) |
ดู เดอะแบล็กคอลดรัน ได้ที่ไหน
Disney+


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในดินแดนไพรเดน ที่ซึ่งราชามีเขาชั่วร้าย (The Horned King) กำลังตามหาหม้อวิเศษลึกลับที่เรียกว่า ‘แบล็กคอลดรัน’ ซึ่งมีพลังในการสร้างกองทัพซอมบี้ที่ไร้เทียมทาน เด็กเลี้ยงหมูผู้ใฝ่ฝันจะเป็นวีรบุรุษอย่าง ‘ทาแรน’ (Taran) พร้อมกับหมูน้อย ‘เฮน เวน’ ที่มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นอนาคต ต้องออกผจญภัยเพื่อหยุดยั้งราชามีเขาไม่ให้ได้ครอบครองหม้อปีศาจ ระหว่างทางเขาได้พบกับเจ้าหญิงอีลองวี่ สุดแสบ, กวาร์กีผู้ตลกขบขัน, และกษัตริย์นักดนตรีจอมขี้ขลาด รวมถึงเหล่าวิญญาณที่คอยช่วยเหลือ
งานการแสดงและตัวละคร
ถึงแม้จะเป็นแอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงของนักแสดงทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ จอห์น เฮิร์ท ในบท ‘ราชามีเขา’ ที่ให้เสียงทรงพลังและน่ากลัวสมเป็นวายร้ายระดับตำนาน ไนเจล ฮอว์ธอร์น ในบทฟเฟลวดัวร์ ฟลาม ก็นำความขบขันมาได้อย่างลงตัว ส่วน จอห์น บายเนอร์ ที่รับบทกวาร์กีและโดลิ ก็สร้างสีสันให้กับเรื่อง ตัวละครเอกอย่างทาแรนและอีลองวี่ แม้จะมีความคลาสสิกแต่ก็ขาดมิติที่ลึกซึ้ง ทำให้บางครั้งผู้ชมอาจไม่รู้สึกผูกพันเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ริชาร์ด ริช ผู้กำกับ ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในเรื่องต่างๆ ของดิสนีย์ ได้นำพาภาพยนตร์เรื่องนี้ไปในทิศทางที่มืดและจริงจังกว่าที่เคย งานภาพวาดด้วยมือสวยงามอลังการ โดยเฉพาะฉากในปราสาทของราชามีเขาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมและน่าสะพรึงกลัว ดนตรีประกอบโดย เอลเมอร์ เบิร์นสไตน์ (ผู้แต่งเพลงประกอบ ‘The Ten Commandments’ และ ‘The Magnificent Seven’) ช่วยเสริมอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งฉากตื่นเต้นและฉากเศร้าสร้อย อย่างไรก็ตาม การตัดต่อและจังหวะการดำเนินเรื่องค่อนข้างกระโดดไปมา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ดิสนีย์สั่งตัดฉากสำคัญออกหลายฉากเพื่อให้ได้เรท PG
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
‘เดอะแบล็กคอลดรัน’ เป็นภาพยนตร์ที่กล้าหาญในหลายๆ ด้าน มันพยายามเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและมืดมนกว่าสิ่งที่ดิสนีย์เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะการนำเสนอความตายและความชั่วร้ายอย่างตรงไปตรงมา แต่น่าเสียดายที่ความพยายามนี้กลับถูกบั่นทอนด้วยการตัดสินใจของสตูดิโอที่กลัวว่าเด็กจะกลัวเกินไป จนทำให้หนังขาดความต่อเนื่องทางอารมณ์และเนื้อเรื่องบางช่วงดูเร่งรีบ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟนตาซีคลาสสิกหรืออยากเห็นผลงานที่แตกต่างจากขนบของดิสนีย์ เรื่องนี้ถือเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่ซึ่งควรค่าแก่การค้นหา
นักแสดงนำ








จุดเด่น
- งานแอนิเมชั่นวาดมือสวยงาม โดยเฉพาะฉากมืดและบรรยากาศลึกลับ
- การพากย์เสียงของจอห์น เฮิร์ทในบทราชามีเขาน่าจดจำและน่ากลัว
- ดนตรีประกอบโดยเอลเมอร์ เบิร์นสไตน์ที่ยอดเยี่ยม
- เป็นหนังแฟนตาซีที่กล้าหาญและแตกต่างจากหนังดิสนีย์ทั่วไป
จุดด้อย
- เนื้อเรื่องถูกตัดต่อจนขาดตอนและบางช่วงไม่สมูท
- ตัวละครเอกไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร
- ฉากน่ากลัวอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
- จังหวะการดำเนินเรื่องช้าและกระโดด
สรุป
ถึงแม้ ‘เดอะแบล็กคอลดรัน’ จะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของดิสนีย์ แต่ก็เป็นภาพยนตร์ที่กล้าหาญและน่าจดจำในแบบของมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟนตาซีคลาสสิกและอยากเห็นอีกด้านหนึ่งของดิสนีย์ที่มืดมนกว่า หากคุณพร้อมที่จะเปิดใจรับประสบการณ์ที่แตกต่าง ลองหามาดูสักครั้ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เดอะแบล็กคอลดรันเป็นหนังของดิสนีย์หรือเปล่า
ใช่ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่ 25 ของวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ฉายในปี 1985
ทำไมเดอะแบล็กคอลดรันถึงเป็นหนังต้องห้ามของดิสนีย์
เพราะเนื้อหามืดหม่นและฉากน่ากลัวหลายฉาก ทำให้ดิสนีย์ไม่ค่อยโปรโมทหรือนำกลับมาฉายใหม่ หนังเรื่องนี้จึงเป็นที่รู้จักน้อยกว่าเรื่องอื่น
เดอะแบล็กคอลดรันเหมาะกับเด็กไหม
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป เพราะมีฉากน่ากลัวและบรรยากาศมืด เด็กเล็กอาจกลัวได้
เดอะแบล็กคอลดรันมีภาคต่อไหม
มีซีรีส์ภาคต่อชื่อ 'The Black Cauldron' (หรือ 'Taran and the Black Cauldron') ที่ออกอากาศทางช่อง ABC ในปี 1986 และตามมาด้วย 'The Wonderful World of Disney' แต่ไม่ใช่ภาพยนตร์เต็มรูปแบบ





