ย้อนกลับไปในปี 1995 โลกได้รู้จักกับหนังแอ็คชั่นสไตล์เม็กซิกันที่ทั้งเดือด เซ็กซี่ และมันส์กระจายในแบบฉบับของโรเบิร์ต ร็อดริเกซ เดสเพอราโด คือภาคต่อของ El Mariachi ที่อัดแน่นกว่า ใหญ่กว่า และกลายเป็นตำนานของหนังแนวปืนพกกับกีตาร์ ที่ยังคงตราตรึงใจแฟนหนังจนถึงทุกวันนี้
| ชื่อต้นฉบับ | Desperado |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 1995 |
| แนว | ระทึกขวัญ, บู๊, อาชญากรรม |
| ความยาว | 104 นาที |
| ผู้กำกับ | Robert Rodriguez |
| เรท | R |
| คะแนน TMDB | 6.9/10 (3,156 โหวต) |
ดู เดสเพอราโด ไอ้ปืนโตทะลักเดือด ได้ที่ไหน
Apple TV Store
Google Play Movies


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หนังเปิดเรื่องด้วยการมาถึงของชายปริศนาคนหนึ่งในเมืองเล็กๆ ชายแดนเม็กซิโก เขาคือ El Mariachi (อันโตนิโอ บันเดรัส) นักดนตรีกีตาร์ที่แฝงตัวมาเพื่อตามล้างแค้นแก๊งค้ายาที่ฆ่าคนรักของเขา เขาไม่ใช่แค่นักดนตรีธรรมดา เพราะในกระเป๋ากีตาร์ของเขาไม่ได้มีแค่กีตาร์ แต่เต็มไปด้วยอาวุธปืนและระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดความเดือดได้ทุกเมื่อ
ระหว่างทางเขาได้พบกับ แคโรไลนา (ซัลมา ฆาเยก) เจ้าของร้านหนังสือสวยที่ตกหลุมรักเขา และต้องเผชิญหน้ากับบูโช (Joaquim de Almeida) หัวหน้าแก๊งสุดโหด การแก้แค้นครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของปืน แต่เป็นเรื่องของหัวใจและความอยู่รอด
งานการแสดงและตัวละคร
อันโตนิโอ บันเดรัส เปล่งประกายในบทมาเรียชี่ผู้เงียบขรึมแต่แฝงไปด้วยความดุดัน การแสดงของเขาทั้งเย็นชาและมีเสน่ห์แบบผู้ชายลึกลับที่ทำให้คนดูเอาใจช่วย ส่วนซัลมา ฆาเยกก็ไม่น้อยหน้า เธอสวย เผ็ดร้อน และแสดงออกถึงความเข้มแข็งของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบโรแมนติก
ตัวละครสมทบอย่าง สตีฟ บุสเซมี ที่รับบทเป็นตัวตลกขี้แยก็ช่วยเพิ่มสีสัน ส่วนเชช มารินในบทบาร์เทนเดอร์ก็มีมุขเด็ดๆ ให้ขำ หนังแม้จะเน้นแอ็คชั่นแต่ตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์และจดจำได้ง่าย
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
โรเบิร์ต ร็อดริเกซ พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือมาสโทรแห่งหนังแอ็คชั่นทุนต่ำที่ทำออกมาได้สวยและสไตล์จัดจ้าน สีสันของหนังสดใส ภาพคมชัดแบบเม็กซิกันคัลเลอร์ฟูล โดยเฉพาะการถ่ายทำในบาร์และซอยแคบๆ ที่ทำให้ฉากต่อสู้ดูกระชับและน่าตื่นเต้น
ดนตรีประกอบโดยวง Los Lobos และเพลงประกอบของ Carlos Santana ก็เข้ากับบรรยากาศแบบละตินได้อย่างลงตัว ทำให้หนังมีจังหวะที่เร้าใจไม่แพ้ฉากยิงกัน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
เดสเพอราโด เป็นหนังที่รู้เท่าทันความบ้าของตัวเอง มันไม่พยายามจริงจังเกินไป แต่กลับสร้างความสนุกได้อย่างเต็มที่ ฉากแอ็คชั่นที่ลื่นไหลและสร้างสรรค์ เช่น การยิงปืนด้วยกีตาร์หรือการขว้างระเบิดเป็นลูกบอล ถือเป็นนวัตกรรมที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังแอ็คชั่นทั่วไปในยุคนั้น
อีกมุมหนึ่งหนังยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมเม็กซิกันและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงตามชายแดน แต่ทำออกมาในรูปแบบของแฟนตาซีที่สนุกสนาน ไม่ได้ยัดเยียดสาระจนเกินไป ดังนั้นจึงเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ ทั้งสายบู๊และสายโรแมนติก
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- แอ็คชั่นมันส์สุดขีด ฉากยิงปืนและต่อสู้สร้างสรรค์
- นักแสดงนำมีเคมีเข้ากันดี โดยเฉพาะอันโตนิโอ บันเดรัสและซัลมา ฆาเยก
- ดนตรีประกอบและเพลงละตินช่วยเสริมบรรยากาศได้อย่างยอดเยี่ยม
- สไตล์การกำกับของร็อดริเกซโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์
จุดด้อย
- เนื้อเรื่องค่อนข้างบางและตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน
- ตัวละครบางตัวถูกใช้เป็นเครื่องมือตลกมากเกินไปจนดูไม่สมจริง
สรุป
ถ้าคุณชอบหนังแอ็คชั่นสไตล์เก๋ๆ ที่ไม่ต้องคิดมาก แถมยังมีดนตรีเพราะและพระเอกหล่อล่ำ เดสเพอราโด คือคำตอบที่ใช่ มันคือหนังที่ทั้งมันส์ เท่ และโรแมนติกในแบบที่หาไม่ได้จากหนังเรื่องอื่น เหมาะสำหรับคอหนังแอ็คชั่นและแฟนพันธุ์แท้ของอันโตนิโอ บันเดรัส
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เดสเพอราโด ต้องดูภาคแรกก่อนไหม?
ไม่จำเป็น เพราะเนื้อเรื่องสามารถเข้าใจได้ด้วยตนเอง แต่อาจพลาดการอ้างอิงบางอย่างจาก El Mariachi
หนัง Desperado มีกี่ภาค?
มีทั้งหมด 3 ภาคในไตรภาค El Mariachi คือ El Mariachi (1992), Desperado (1995) และ Once Upon a Time in Mexico (2003)
เพลงประกอบ Desperado มีเพลงอะไรเด่นๆ?
เพลง 'Canción del Mariachi' (Morena de mi Corazón) ร้องโดยอันโตนิโอ บันเดรัสและวง Los Lobos เป็นเพลงที่โด่งดังที่สุด
ทำไมหนังถึงใช้ชื่อ Desperado?
Desperado แปลว่าคนนอกกฎหมายหรือคนสิ้นหวัง ซึ่งตรงกับตัวละครเอกที่ตามล้างแค้นด้วยความสิ้นหวังและไร้ทางเลือก





