ล่าเสียงมรณะ หรือ Voice คือซีรีส์อาชญากรรมสัญชาติเกาหลีที่เปิดตัวในปี 2017 และกลายเป็นหนึ่งในตำนานของแนวสืบสวนสอบสวนด้วยจุดขายที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือการเน้นพลังของ ‘เสียง’ เป็นหัวใจสำคัญของการคลี่คลายคดี กองบรรณาธิการของเราขอชวนคุณมาไขรหัสเสียงแห่งความตายไปพร้อมกับทีมงาน 112 ที่ต้องเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิตและปริศนาที่ซ่อนอยู่ในทุกคลื่นเสียง
| ชื่อต้นฉบับ | 보이스 |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2017 |
| แนว | อาชญากรรม, หนังชีวิต |
| ซีซัน/ตอน | 4 ซีซัน / 58 ตอน |
| ผู้กำกับ | Ma Jin-won |
| เรท | TV-MA |
| คะแนน TMDB | 7.3/10 (69 โหวต) |
ดู ล่าเสียงมรณะ ได้ที่ไหน
HBO Max


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ล่าเสียงมรณะ เล่าเรื่องราวของ มูจินฮยอก (รับบทโดย จางฮยอก) นักสืบฝีมือดีที่ชีวิตพังทลายหลังจากภรรยาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม เขาใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวังจนกระทั่งได้พบกับ คังควอนจู (รับบทโดย อีฮานา) นักพากย์เสียงอัจฉริยะที่จบจากสหรัฐฯ ซึ่งสูญเสียพ่อตำรวจไปจากฆาตกรต่อเนื่องคนเดียวกัน ทั้งสองร่วมมือกันในทีมคอลเซ็นเตอร์ 112 เพื่อตามล่าฆาตกรที่ใช้เสียงเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม ซีรีส์ดำดิ่งสู่โลกของเสียงที่ซับซ้อน ทั้งเสียงหัวใจเต้น เสียงฝีเท้า และเสียงกระซิบแห่งความตาย
งานการแสดงและตัวละคร
หนึ่งในจุดแข็งของซีรีส์นี้คือการแสดงที่เข้มข้นของนักแสดงนำ จางฮยอก ถ่ายทอดความเจ็บปวดและความบ้าคลั่งของมูจินฮยอกได้อย่างน่าขนลุก ส่วน อีฮานา ในบทคังควอนจูก็โดดเด่นด้วยการแสดงที่เน้นการใช้เสียงและการแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไว้วางใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ตัวละครสมทบอย่างทีมงาน 112 ก็มีมิติไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบทของฆาตกรที่ถูกออกแบบมาให้มีแรงจูงใจซับซ้อน ทำให้ผู้ชมรู้สึกทั้งเกลียดและสงสารในเวลาเดียวกัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Ma Jin-won เลือกใช้ภาพที่มืดหม่นและมุมกล้องที่กดดันเพื่อสร้างบรรยากาศอึดอัด สะท้อนโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและความลับ การออกแบบเสียงคือหัวใจของซีรีส์ ตั้งแต่เสียงกระซิบของฆาตกรไปจนถึงเสียงเครื่องมือแพทย์ในห้องฉุกเฉิน ทุกเสียงถูกใช้เพื่อเพิ่มความตึงเครียดและให้เบาะแสแก่ผู้ชม ดนตรีประกอบโดยเฉพาะเพลงธีมเข้ากับบรรยากาศได้ดี แม้บางช่วงเพลงจะหนักเกินไป แต่ก็ช่วยเสริมอารมณ์ของฉากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ล่าเสียงมรณะ ไม่ใช่แค่ซีรีส์อาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นการสำรวจจิตใจมนุษย์ผ่านประสาทสัมผัสที่ถูกมองข้ามอย่าง ‘การฟัง’ ซีรีส์ชวนให้เราตั้งคำถามว่า เสียงที่เราได้ยินทุกวันสามารถบอกอะไรได้บ้าง? และความไว้วางใจในเสียงจะนำเราไปสู่ความจริงหรือกับดัก? อย่างไรก็ตาม ซีรีส์มีจุดอ่อนตรงที่การดำเนินเรื่องบางตอนยืดเยื้อ และตัวละครบางตัวถูกเขียนให้ตัดสินใจอย่างไม่สมเหตุสมผลเพื่อขับเคลื่อนพล็อต แต่โดยรวมแล้ว ล่าเสียงมรณะ เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายประสาทและสมอง เหมาะสำหรับคนที่ชอบซีรีส์สืบสวนที่เน้นจิตวิทยาและไม่กลัวความโหดร้าย
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- แนวคิดการใช้เสียงเป็นเครื่องมือสืบสวนที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร
- การแสดงของทีมนักนำโดยเฉพาะจางฮยอก และอีฮานาที่ทรงพลัง
- บรรยากาศกดดันและลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง
- การออกแบบเสียงที่ยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเรื่องราว
จุดด้อย
- บางตอนยืดเยื้อ และมีฉากที่ไม่จำเป็น
- ตัวละครบางตัวตัดสินใจไม่สมเหตุสมผล ทำให้เสียอรรถรส
- ความรุนแรงบางฉากอาจรุนแรงเกินไปสำหรับผู้ชมบางกลุ่ม
สรุป
ล่าเสียงมรณะ เป็นซีรีส์ที่ท้าทายทั้งประสาทและสติปัญญา เหมาะสำหรับแฟนหนังสืบสวนที่ต้องการอะไรแปลกใหม่ และไม่กลัวความโหดร้าย แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นหนึ่งในซีรีส์อาชญากรรมที่ควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะถ้าคุณชอบการไขปริศนาผ่านเสียง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ล่าเสียงมรณะ ซีซั่น 1 กับซีซั่นอื่นๆ เกี่ยวข้องกันไหม?
แต่ละซีซั่นมีตัวละครหลักและคดีที่แตกต่างกัน แต่มีจุดเชื่อมโยงในจักรวาลเดียวกัน เช่น การปรากฏตัวของตัวละครจากซีซั่นก่อน หรือการอ้างอิงถึงองค์กร 112
ล่าเสียงมรณะ ดูได้ที่ไหนในไทย?
ปัจจุบันซีรีส์ล่าเสียงมรณะทุกซีซั่นมีให้รับชมบนแพลตฟอร์ม Netflix และ TrueID (ในบางแพ็กเกจ)
ล่าเสียงมรณะ เหมาะกับคนไม่ชอบความรุนแรงไหม?
ซีรีส์มีฉากความรุนแรงและฉากฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมพอสมควร ไม่เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่อ่อนไหวต่อความรุนแรง แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ชอบแนวสืบสวนก็ถือว่าดูได้
ล่าเสียงมรณะ มีกี่ซีซั่น?
ซีรีส์มีทั้งหมด 4 ซีซั่น รวม 58 ตอน โดยซีซั่นแรกออกอากาศปี 2017 และซีซั่นสุดท้ายปี 2021





