กลับมาอีกครั้งกับตระกูลกรูและเหล่ามินเนี่ยนสุดป่วนใน มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 ภาคนี้พาเราไปพบกับปริศนาครอบครัวเมื่อกรูรู้ว่าตัวเองมีน้องชายฝาแฝดชื่อดรู ซึ่งเป็นคนละขั้วกับเขาสิ้นเชิง ความสนุกจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองพี่น้องต้องร่วมมือกันจัดการวายร้ายยุค 80 อย่างบัลธาซาร์ แบรตต์ หนังยังคงความตลกและอบอุ่นหัวใจ แม้จะไม่สดใหม่เท่าภาคแรก แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกไปด้วยกัน
| ชื่อต้นฉบับ | Despicable Me 3 |
|---|---|
| ปีที่ฉาย | 2017 |
| แนว | บู๊, แอนนิเมชั่น, ตลก, ครอบครัว, ผจญ |
| ความยาว | 90 นาที |
| ผู้กำกับ | Kyle Balda |
| เรท | PG |
| คะแนน TMDB | 6.5/10 (7,638 โหวต) |
ดู มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 ได้ที่ไหน
HBO Max
Apple TV Store
Google Play Movies


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หลังจากพลาดการจับตัวสุดยอดวายร้ายบัลธาซาร์ แบรตต์ (พากย์โดยเทรย์ พาร์กเกอร์) อดีตดาราเด็กยุค 80 ที่หันมาเป็นวายร้าย กรู (สตีฟ คาเรล) จึงถูกไล่ออกจากหน่วยต่อต้านวายร้าย ชีวิตครอบครัวของเขากับลูซี (คริสเตน วิก) และเด็กสาวทั้งสามต้องพบกับความท้าทาย ในขณะเดียวกันกรูก็ได้รับข่าวว่าตนมีน้องชายฝาแฝดชื่อดรู (พากย์โดยสตีฟ คาเรลเช่นกัน) ซึ่งสืบทอดคฤหาสน์และธุรกิจวายร้ายของครอบครัว ดรูชวนกรูกลับมาเป็นวายร้ายอีกครั้งเพื่อชิงดวงเพชรจากแบรตต์ เรื่องราวดำเนินไปด้วยการปะทะกันระหว่างสองพี่น้องที่มีบุคลิกตรงข้าม และการต่อสู้กับแบรตต์ที่คลั่งไคล้ยุค 80
งานการแสดงและตัวละคร
สตีฟ คาเรล มอบเสียงพากย์ที่โดดเด่นทั้งในบทกรูที่ขี้บ่นและดรูที่ร่าเริงเกินเหตุ การแสดงสองบทบาทนี้สร้างสีสันและความขัดแย้งที่น่าติดตาม คริสเตน วิก ยังคงความน่ารักในบทลูซี ส่วนเทรย์ พาร์กเกอร์ ใส่ลูกเล่นแบบยุค 80 ลงในบัลธาซาร์ แบรตต์ ทั้งการใช้เพลงฮิตและการเคลื่อนไหวที่เกินจริง ทำให้ตัวร้ายน่าจดจำ เด็กสาวทั้งสามยังคงเสน่ห์ โดยเฉพาะแอ็กเนสกับยูนิคอร์นสุดที่รัก อย่างไรก็ตาม ตัวละครใหม่บางตัว เช่น ดรู อาจดูตื้นเขินไปหน่อย แต่ก็พอทำให้หนังสนุกขึ้นได้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับไคล์ บัลดา ยังคงสไตล์การเล่าเรื่องที่รวดเร็วและเต็มไปด้วยมุขตลก ภาพแอนิเมชันมีสีสันสดใส ฉากแอ็กชันลื่นไหล โดยเฉพาะการไล่ล่าในแถบฟิล์มที่ทำออกมาได้创意 ดนตรีประกอบโดยเฮเตอร์ เปเรย์รา ใช้เพลงยุค 80 อย่าง ‘Bad’ ของไมเคิล แจ็กสัน และ ‘Take On Me’ ของอา-ฮา ทำให้บรรยากาศสนุกสนานและเข้ากับธีมตัวร้ายได้ดี งานภาพโดยรวมสวยงาม แต่ไม่ถึงกับแปลกใหม่เมื่อเทียบกับแอนิเมชันค่ายอื่น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 เล่นกับธีมครอบครัวและความเป็นพี่น้องได้อบอุ่น แม้เนื้อเรื่องจะคาดเดาได้และขาดความตื่นเต้นเท่าภาคแรก แต่การเพิ่มตัวละครดรูและบัลธาซาร์ แบรตต์ ก็ช่วยยกระดับความสนุก มินเนี่ยนที่เคยเป็นไฮไลท์ในภาคก่อนกลับมามีบทบาทน้อยลงและดูเป็นส่วนเกินเล็กน้อย แต่ก็ยังมีมุขฮา ๆ ให้ขำ หนังส่งเสริมข้อคิดเรื่องการยอมรับความแตกต่างและการให้อภัย ซึ่งเหมาะกับผู้ชมทุกวัย อย่างไรก็ตาม จังหวะการดำเนินเรื่องในครึ่งหลังดูรวบรัด ทำให้บางอารมณ์ขาดการพัฒนา
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- การพากย์เสียงที่ยอดเยี่ยมของสตีฟ คาเรลทั้งสองบทบาท
- ซาวด์แทร็กยุค 80 ที่สนุกและเข้ากับเนื้อเรื่อง
- มุขตลกที่ถูกจังหวะ โดยเฉพาะจากมินเนี่ยน
- แอนิเมชันสีสันสดใสและฉากแอ็กชันลื่นไหล
จุดด้อย
- เนื้อเรื่องคาดเดาได้และไม่แปลกใหม่
- บทบาทของมินเนี่ยนลดลงและไม่ค่อยมีส่วนร่วม
สรุป
มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 เป็นหนังครอบครัวที่ให้ความบันเทิงครบรส แม้จะไม่โดดเด่นเท่าภาคแรก แต่ก็ยังสนุกพอที่จะพาเด็ก ๆ ไปดู เหมาะสำหรับแฟนซีรีส์ที่อยากเห็นพัฒนาการของกรูและครอบครัว หนังมีข้อคิดดี ๆ และมุขตลกที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 จำเป็นต้องดูภาคก่อนไหม?
ไม่จำเป็นมาก แต่ถ้าดูภาค 1 และ 2 จะเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น
หนังมีความยาวกี่นาที?
90 นาที
ตัวร้ายในภาคนี้คือใคร?
บัลธาซาร์ แบรตต์ อดีตดาราเด็กยุค 80 ที่กลายเป็นวายร้าย
มินเนี่ยนมีบทบาทเยอะไหม?
น้อยกว่าภาคก่อน พวกเขาถูกจับขังและไม่ได้ช่วยในภารกิจหลักมากนัก





