เมื่อพูดถึงตำนานสงครามทรอย หลายคนคงนึกถึงมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ หรือภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของวูล์ฟกัง ปีเตอร์เซนในปี 2004 แต่ ทรอย วิบัติแห่งเมือง (Troy: Fall of a City) กลับเลือกเล่าเรื่องในแบบที่แตกต่างออกไป ด้วยการเน้นย้ำแง่มุมทางการเมืองและความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น แม้ซีรีส์จะไม่ได้รับคำชมเท่าที่ควร แต่ก็มีประเด็นให้ถกเถียงไม่น้อย
| ชื่อต้นฉบับ | Troy: Fall of a City |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2018 |
| แนว | สงครามและการเมือง, หนังชีวิต, บู๊, ผจญภัย |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 8 ตอน |
| ผู้กำกับ | David Farr |
| เรท | TV-MA |
| คะแนน TMDB | 5.8/10 (148 โหวต) |
ดู ทรอย วิบัติแห่งเมือง ได้ที่ไหน
Netflix


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์เปิดเรื่องด้วยปารีส (Louis Hunter) ชายหนุ่มผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายแห่งทรอยที่ถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาเดินทางไปสปาร์ตาเพื่อเจรจาสงบศึก เขากลับตกหลุมรักเฮเลน (Bella Dayne) ราชินีแห่งสปาร์ตา ซึ่งนำไปสู่การหนีตามกันและกลายเป็นชนวนสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน เรื่องราวดำเนินไปตามตำนานกรีก ตั้งแต่การตัดสินของปารีส การล้อมเมืองทรอย ไปจนถึงแผนม้าไม้ แต่ซีรีส์เลือกปิดฉากก่อนถึงจุดจบของเมืองทรอยในตอนที่ 8 โดยทิ้งปมให้คนดูคิดต่อ
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำหลายคนทำหน้าที่ได้ดี โดยเฉพาะ David Threlfall ในบทกษัตริย์ Priam ที่ถ่ายทอดความอ่อนแอและความรักที่มีต่อลูกๆ ได้อย่างลึกซึ้ง Frances O’Connor ในบท Hecuba ก็โดดเด่นในฉากที่ต้องแสดงความเจ็บปวด ในขณะที่ Tom Weston-Jones ในบท Hector เป็นตัวละครที่มีมิติมากที่สุดในเรื่อง อย่างไรก็ตาม Louis Hunter ในบท Paris กลับดูแข็งและขาดเสน่ห์ ทำให้ความรักระหว่างเขากับ Helen ไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร ส่วน Bella Dayne ในบท Helen ก็เล่นได้เพียงผิวเผิน ไม่ได้สื่อถึงความงามที่ทำให้เรือแตกพันลำได้จริงๆ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานภาพของซีรีส์มีจุดเด่นที่การใช้สีโทนหม่นและแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศของยุคโบราณได้ดี ฉากสงครามแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าภาพยนตร์ปี 2004 แต่ก็มีความสมจริงและโหดร้ายพอสมควร ดนตรีประกอบโดย Rob Lane ให้ความรู้สึกหม่นเศร้า สอดคล้องกับโทนของเรื่อง แต่บางครั้งก็ขาดความยิ่งใหญ่ที่ควรจะเป็นในฉากสำคัญ การกำกับของ David Farr และ Mark Brozel เน้นการเล่าเรื่องแบบช้าๆ ซึ่งอาจทำให้คนดูบางส่วนรู้สึกเบื่อ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์เรื่องนี้พยายามจะเล่าเรื่องในมุมมองของฝ่ายทรอย ซึ่งแตกต่างจากเวอร์ชันอื่นๆ ที่มักเน้นฝ่ายกรีก แต่น่าเสียดายที่การดำเนินเรื่องกลับไม่เข้มข้นพอ การสร้างตัวละคร Paris และ Helen ให้เป็นคู่รักโรแมนติกที่ควรค่าแก่การเสียสละทุกอย่าง กลับไม่ประสบความสำเร็จเพราะเคมีของนักแสดงไม่ลงตัว อีกทั้งการตัดต่อที่กระโดดไปมาทำให้อารมณ์ของเรื่องขาดตอน อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ก็มีจุดแข็งในการสำรวจประเด็นของโชคชะตาและการเมืองระหว่างเมือง ซึ่งเป็นมุมมองที่หาได้ยากในสื่อกระแสหลัก
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- การแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่如 David Threlfall และ Frances O'Connor
- งานภาพและบรรยากาศโบราณที่สมจริง
- การเล่าเรื่องจากมุมมองของฝ่ายทรอยที่ไม่ค่อยได้เห็น
จุดด้อย
- เคมีของคู่พระนางไม่เข้ากัน ทำให้ความรักไม่น่าเชื่อถือ
- การดำเนินเรื่องช้าและขาดความตื่นเต้นในบางช่วง
- บทพูดและบทสนทนาบางฉากดูแข็งทื่อ
สรุป
ทรอย วิบัติแห่งเมือง เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบตำนานกรีกและต้องการดูการเล่าเรื่องที่ต่างจากเวอร์ชันฮอลลีวูด แต่หากคุณคาดหวังความมันส์ของสงครามหรือเคมีโรแมนติกที่เร้าใจ อาจผิดหวังได้ อย่างไรก็ตาม งานแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่และงานภาพที่สวยงามก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Troy: Fall of a City มีกี่ตอน?
ซีรีส์มีทั้งหมด 8 ตอน ฉายครั้งแรกในปี 2018
ทรอย วิบัติแห่งเมือง ต่างจากภาพยนตร์ Troy (2004) อย่างไร?
ซีรีส์เน้นการเล่าเรื่องจากมุมมองของฝ่ายทรอย และมีรายละเอียดตามตำนานกรีกมากกว่า ขณะที่ภาพยนตร์ของ Brad Pitt เล่าแบบฮอลลีวูดและเพิ่มบทบาทของ Achilles
ซีรีส์นี้เชื่อมโยงกับเทพนิยายกรีกมากน้อยแค่ไหน?
ซีรีส์อ้างอิงจากมหากาพย์ของโฮเมอร์ แต่มีการตีความใหม่ โดยเฉพาะการลดบทบาทของเทพเจ้าและเน้นความเป็นมนุษย์มากขึ้น
ทรอย วิบัติแห่งเมือง มีซีซั่น 2 หรือไม่?
ไม่มี ซีรีส์จบเพียงซีซั่นเดียว โดยเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนถึงการล่มสลายของทรอย (แต่ไม่แสดงฉากม้าไม้ทั้งหมด)





